ประวัติศาสตร์
จุดเริ่มต้นของกำแพงซีอาน ต้องย้อนไปถึงปี ค.ศ. 904 — สิ้นราชวงศ์ถัง แม่ทัพใหญ่ หาน เจี้ยน (韩建 ) ตัดสินใจ รื้อกำแพงเมืองฉางอานเดิม ซึ่งใหญ่เกินไปสำหรับการป้องกัน ให้เหลือแต่พระราชวัง (皇城 ) แล้วซ่อมแซม
ต่อมาในปี ค.ศ. 1370 จักรพรรดิหงอู่ (朱元璋) ได้สร้างกำแพงซีอานขึ้นใหม่บนรากฐานเดิม ใช้เวลา 8 ปี กว่าจะเสร็จ (1378)
ว่ากันว่าตอนที่หงอู่ตีเมืองฮุยโจว (徽州) ได้มีปราชญ์ชื่อ จู เซิง (朱升) ให้คำแนะนำ: “高筑墙,广积粮,缓称王” (สร้างกำแพงให้สูง. สะสมเสบียงให้มาก. ค่อย ๆ ประกาศตัวเป็นใหญ่) ซึ่งหงอู่เอาไปใช้ทั้งในการสร้างประเทศ และในการสร้างกำแพงซีอาน

ในทศวรรษ 1950 — ผู้เชี่ยวชาญจากสหภาพโซเวียตแนะนำให้ รื้อกำแพงทิ้ง เพื่อสร้างถนนสำหรับโรงงานอุตสาหกรรมหนัก
จ้าว โช้วซาน (赵寿山) ผู้ว่าการมณฑลส่านซี ซึ่งเคยร่วมรบในสมรภูมิ “สองพยัคฆ์รักษาเมืองฉางอาน” (二虎守长安) เมื่อปี 1926 ได้คัดค้านอย่างแข็งขัน โดยชี้ว่ากำแพงเคยช่วยชีวิตคนในเมืองไว้
สี จงซวิน (习仲勋) ซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่งดำรงตำแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีน ได้ออกคำสั่งระงับการรื้อถอนอย่างเด็ดขาด แม้จะต้องแลกกับการถูกปลดจากตำแหน่งและถูกตราหน้าว่าเป็น “ฝ่ายขวา” ในเวลาต่อมา เเต่ก็ส่งผลให้กำเเพงเมืองซีอานรอดพ้นจากการถูกรื้นถอนทำลายไปได้ในที่สุด
เกร็ดความรู้: สีจงซวิน (习仲勋) เป็นบิดาของ สีจิ้นผิง (习近平) ประธานาธิบดีคนปัจจุบันของสาธารณรัฐประชาชนจีน มรดกด้านการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมของท่าน โดยเฉพาะกรณีกำแพงเมืองซีอาน ยังคงถูกอ้างอิงในฐานะตัวอย่างของการตัดสินใจเสียสละเพื่อรักษามรดกของชาติไว้ แม้ว่าจะขัดกับกระแสหลักในยุคนั้น
ในปี 1961 กำแพงเมืองซีอาน ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็น โบราณสถานคุ้มครองระดับชาติ ลำดับแรกของประเทศ


เป็นเวลานานที่กำแพงเมืองขาดช่วงตรงบริเวณสถานีรถไฟซีอาน ตั้งแต่ปี 1952 ที่ต้องรื้อกำแพงออกเป็นบางส่วนเพื่อสร้างสถานี ในวันที่ 26 ธันวาคม 2004 — กำแพงซีอานได้ถูกเชื่อมต่อครบวงเป็นครั้งแรกในรอบ 52 ปี — ปัจจุบันสามารถเดิน/ปั่นจักรยานรอบกำแพงได้ทั้ง 13.74 กม. โดยไม่ต้องลง

| โครงสร้างของกำเเพงเมืองซีอาน | รายละเอียด |
|---|---|
| ความยาวรวม | 13.74 กม. |
| ความสูง | 12 ม. |
| ความหนาฐาน | 15–18 ม. |
| ความหนายอด | 12–14 ม. |
| รูปร่าง | สี่เหลี่ยมผืนผ้า — ยาว (ตะวันออก→ตะวันตก) > กว้าง (เหนือ→ใต้) |
| ช่องปืน (垛口) | 5,984 ช่อง |
| ประตูเมืองหลักดั้งเดิม 4 เเห่ง | 长乐 (ตะวันออก), 安定 (ตะวันตก), 永宁 (ใต้), 安远 (เหนือ) ปัจจุบันมีการปรับปรุงด้านการใช้ประโยชน์ จนมี 18 ประตู |
| หอคอยมุม | 4 มุม (มุมตะวันตกเฉียงใต้เป็นทรงกลม — ต่างจากมุมอื่นที่เป็นเหลี่ยม) |
| หอคอย (敌楼) | 98 หอ (ทุก 120 ม.) |
| คูเมือง (护城河) | กว้าง ~20 ม. |
| พื้นที่ทั้งหมด (รวม 环城公园) | ~4.5 ตร.กม. |
กิจกรรมยอดนิยม: ปั่นจักรยานรอบเมือง (45 หยวน/3 ชม.)


Senior Tip สำคัญ:
ไม่ต้องปั่นก็ได้! มี รถท่องเที่ยวไฟฟ้า (Sightseeing Car / 观光电瓶车) วิ่งรอบกำแพงพร้อมคนขับ ราคา 120 หยวน/รอบ (50 นาที) หรือ ~20-30 หยวน/ช่วง แวะจอดจุดสำคัญได้โดยไม่ต้องออกแรง
แนะนำให้ขึ้นที่ 永宁门 (ประตูใต้) เท่านั้น เพราะมีลิฟต์ ทางลาดมาตรฐาน และจุดรอรถที่ชัดเจน หากขึ้นประตูอื่นอาจต้องเดินขึ้นบันไดเพื่อไปจุดรอรถ
รถเป็นแบบเปิดโล่ง (Open-air) ช่วงฤดูร้อน (มิ.ย.–ส.ค.) กลางวันจะร้อนมาก แนะนำให้นั่งช่วง เช้าตรู่ (08:00–10:00) หรือ เย็นหลัง 17:00 น. จะสบายตัวที่สุด
บนกำแพงมี ร้านกาแฟและจุดพัก หลายแห่ง เดือนร้อนไม่มีร่มเงา
คืนจักรยานก่อน 21:30–21:45 ประตูปิด 22:00
(ราคาและเวลาให้บริการรถท่องเที่ยวไฟฟ้าอาจมีการปรับเปลี่ยนตามฤดูกาลท่องเที่ยวหรือสภาพอากาศ กรุณาตรวจสอบอีกครั้ง ณ จุดขายตั๋วประตู Yongning Gate ก่อนขึ้น)
แหล่งท่องเที่ยวใกล้เคียง
พิพิธภัณฑ์ป่าหินจารึก (Beilin Museum / 碑林博物馆) – ห้องสมุดที่หนังสือทุกเล่มทำจากหิน


หลังจากลงจากกำแพงเมืองด้านประตูหย่งหนิงเหมิน (永宁门 / Yongning Gate) เดินเลียบเชิงกำแพงไปทางตะวันออกประมาณ 1 กิโลเมตร จะเจอกับสถานที่ที่อาจเรียกได้ว่าเป็น “ห้องสมุดที่เก่าแก่ที่สุดของจีน” — พิพิธภัณฑ์ป่าหินจารึก (Beilin Museum / 碑林博物馆)
ลองนึกภาพดู ในยุคที่ยังไม่มีแท่นพิมพ์ ไม่มีอินเทอร์เน็ต ไม่มีแม้แต่กระดาษที่หาซื้อง่ายๆ ถ้าคุณอยาก “ตีพิมพ์” หนังสือสักเล่มให้คนทั้งแผ่นดินอ่านได้ คุณจะทำได้ยังไง?
คำตอบของคนสมัยถังคือ: แกะมันลงบนหิน

ที่นี่คือพิพิธภัณฑ์ที่รวบรวมและจัดแสดง แผ่นศิลาจารึกโบราณ(Steles / 石碑) ที่ใหญ่และสำคัญที่สุดในประเทศจีน
พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ก่อตั้งในปี ค.ศ. 1087 สมัยราชวงศ์ซ่งเหนือ เพื่อเป็นที่เก็บรักษา คัมภีร์หินไคเฉิง (开成石经 / Kaicheng Stone Classics) ที่สลักขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 837 สมัยราชวงศ์ถัง — ใช่ครับ หินพวกนี้อายุเกือบ 1,200 ปี และมันคือ “หนังสือเรียนมาตรฐานแห่งชาติ” ของยุคนั้น
💡 รู้ไหมว่า… คัมภีร์หินไคเฉิงประกอบด้วยหิน 114 แผ่น สลักคัมภีร์ขงจื๊อ 12 เล่ม รวมกว่า 650,000 ตัวอักษร ใช้เวลาแกะสลักนาน 7 ปี บัณฑิตจากทั่วแผ่นดินจะเดินทางมาที่ฉางอานเพื่อ “ลอกลาย” (ทำสำเนาด้วยกระดาษหมึก) จากหินเหล่านี้ — นี่คือระบบ “เผยแพร่ความรู้” ที่ล้ำสมัยที่สุดในยุคก่อนแท่นพิมพ์

ไฮไลต์ที่ต้องดู
1. คัมภีร์กตัญญูหิน (Shitai Xiaojing Stele / 石台孝经) – สมบัติอันดับหนึ่งของพิพิธภัณฑ์
ศิลาจารึกขนาดมหึมาที่ตั้งตระหง่านอยู่กลางศาลาเฉพาะ เนื้อหาคือ คัมภีร์กตัญญู (Classic of Filial Piety) คัมภีร์ที่ว่าด้วย “ความกตัญญู” ซึ่งเป็นรากฐานศีลธรรมของสังคมจีน
แต่ที่ทำให้หินก้อนนี้พิเศษคือ: จักรพรรดิถังเสวียนจง (Emperor Xuanzong / 唐玄宗) ทรงเขียนคำอธิบายด้วยพระองค์เอง และทรงคัดลายมือลงบนหินด้วยพระองค์เอง — จักรพรรดิที่ทรงเปิดยุคทองของราชวงศ์ถัง ทรงใช้คัมภีร์กตัญญูเป็นเครื่องมือสอนคุณธรรมให้ทั้งแผ่นดิน
2. ศิลาจารึกจิ่งเจี้ยว (Nestorian Stele / 大秦景教流行中国碑) – หลักฐานเส้นทางสายไหม
หินสลักปี ค.ศ. 781 ที่บันทึกว่า ศาสนาคริสต์นิกายเนสโทเรียน (ชาวถังเรียกว่า “จิ่งเจี้ยว” / 景教) เดินทางมาถึงฉางอานตั้งแต่ปี ค.ศ. 635 — ผ่านเส้นทางสายไหม โดยมิชชันนารีชื่อ อาโล่เปิน (Alopen / 阿罗本)
หินก้อนนี้ถูกขุดพบในปี ค.ศ. 1625 ระหว่างการก่อสร้างในสมัยราชวงศ์หมิง และเมื่อข่าวแพร่ไปถึงยุโรป ก็สร้างความตกตะลึงไปทั่ว เพราะไม่มีใครคาดคิดว่าคริสต์ศาสนาจะมาถึงจีนก่อนหน้านั้นกว่า 1,000 ปี

3. ผลงานของปรมาจารย์อักษรวิจิตร
ภายในพิพิธภัณฑ์รวบรวมผลงานของปรมาจารย์อักษรวิจิตรจีนครบทุกยุค:
- หวังซีจือ (Wang Xizhi / 王羲之) – ราชาแห่งการเขียนพู่กัน
- เหยียนเจินชิง (Yan Zhenqing / 颜真卿) – ผู้สร้างตัวอักษร “เหยียน” ที่แข็งแรงสง่างาม
- หลิวกงเฉวียน (Liu Gongquan / 柳公权) – คู่หูของเหยียนเจินชิง สำนวนจีนว่า “颜筋柳骨” (เอ็นของเหยียน กระดูกของหลิว)
- จางสวี่ (Zhang Xu / 张旭) และ หวายซู่ (Huai Su / 怀素) – สองปรมาจารย์อักษรวิจิตร “หญ้า” (草书) ที่เขียนพู่กันเหมือนเต้นรำ
4. ระฆังจิ่งหยุน (Jingyun Bell / 景云钟) – ตัวจริงจากหอระฆัง!
จำ ระฆังจิ่งหยุน ที่เราเห็นในบทความ หอระฆัง-หอกลอง ได้ไหมครับ? ตัวที่แขวนอยู่บนหอเป็นของจำลอง แต่ ตัวจริงที่หล่อในปี ค.ศ. 711 สมัยราชวงศ์ถัง ถูกเก็บรักษาไว้ที่นี่ — ระฆังสูง 2.45 เมตร หนัก 6.5 ตัน พร้อมจารึกที่จักรพรรดิถังรุ่ยจงทรงนิพนธ์ด้วยพระองค์เอง

ข้อมูลวางแผนเที่ยวป่าหินจารึก
| รายการ | รายละเอียด |
|---|---|
| ค่าเข้า | ประมาณ 50-65 หยวน [TODO: Fact-check – อาจมีการเปลี่ยนแปลงหลังปรับปรุงพิพิธภัณฑ์] |
| ตั๋วคู่ | ตั๋วคู่ กำแพงเมือง + ป่าหินจารึก ≈ 100 หยวน (ประหยัดกว่าซื้อแยก) |
| เวลาเปิด | ประมาณ 08:00–18:00 (ฤดูร้อน) / ปิดเร็วขึ้นในฤดูหนาว |
| ระยะเวลา | 1.5–2.5 ชั่วโมง |
| การเดิน | จากประตูหย่งหนิงเหมิน เดินเลียบเชิงกำแพงไปทางตะวันออก ~1 กม. หรือออกประตูเหวินเหมิน (文昌门 / Wenchang Gate) บนกำแพง แล้วลงบันไดจะถึงใกล้ๆ |

ถนนวัฒนธรรมชูหยวนเหมิน (书院门书院门 – Shuyuanmen)
ถนนคนเดินเส้นเล็ก ๆ ตั้งอยู่ทางด้านตะวันออกของประตูเมืองทิศใต้ เป็นถนนวัฒนธรรมที่ได้รับการบูรณะในรูปแบบของสถาปัตยกรรมโบราณของราชวงศ์หมิง (1368-1644) และชิง (1644-1911) มีความยาวประมาณ 570 เมตร ที่นี่มีศิลปะพู่กันจีน ตราประทับ ภาพวาดวิวทิวทัศน์ งานเขียนพัด งานเขียนตัวอักษรจีน ภาพปักลวดลาย รวมถึงอุปกรณ์ในการสร้างงาน กระดาษ พู่กัน และของที่ระลึก


จากพิพิธภัณฑ์ป่าหินจารึก เดินย้อนกลับมาทางทิศตะวันตกไม่กี่ร้อยเมตร เพื่อนๆ จะทะลุเข้า ถนนชูหยวนเหมิน (Shuyuanmen / 书院门) — ถนนคนเดินยาวประมาณ 570 เมตร ที่หลิงหลิงอยากเรียกว่า “ถนนสายปัญญาชน” ของซีอาน
ถ้าตลาดมุสลิมคือ “ท้อง” ของซีอานที่เต็มไปด้วยกลิ่นอาหารและเสียงจอแจ ชูหยวนเหมินก็คือ “สมอง” ของเมือง — ถนนที่สงบกว่า เรียบง่ายกว่า แต่เต็มไปด้วยกลิ่นหมึกจีนจางๆ ที่ลอยออกมาจากร้านพู่กันทุกห้อง
ทำไมถึงชื่อ “ชูหยวนเหมิน”?
ชื่อ “ชูหยวนเหมิน” แปลตรงตัวว่า “ประตูสู่สำนักวิชา” — ชื่อนี้มาจาก สำนักศึกษากวนจง (Guanzhong Academy / 关中书院) ที่ตั้งอยู่ปลายถนนฝั่งตะวันออก
สำนักศึกษานี้ก่อตั้งในปี ค.ศ. 1609 โดย เฝิงกงหวู (Feng Congwu / 冯从吾) ปราชญ์ผู้ทรงคุณธรรมแห่งสำนักกวนจง — ท่านเป็นคนซื่อตรงจนเคยถูกกลั่นแกล้งจากขันทีผู้มีอำนาจ แต่สุดท้ายก็ได้รับการฟื้นฟูเกียรติยศ และสำนักของท่านก็กลายเป็นศูนย์กลางการศึกษาของภาคตะวันตกเฉียงเหนือ
💡 รู้ไหมว่า… ถนนเส้นนี้ “เติบโต” รอบสำนักศึกษา ไม่ใช่สำนักศึกษาถูกสร้างบนถนน — หมายความว่าในยุคราชวงศ์หมิง-ชิง บัณฑิตจากทั่วสารทิศจะเดินเข้าออกถนนเส้นนี้ทุกวันเพื่อไปเรียนที่สำนักกวนจง ร้านรวงสองข้างทางจึงค่อยๆ เกิดขึ้นเพื่อรับใช้บัณฑิตเหล่านี้ — ขายพู่กัน หมึก กระดาษ และหินฝนหมึก
บรรยากาศและสิ่งที่น่าสนใจ
สองข้างทางของชูหยวนเหมินเป็นอาคารสถาปัตยกรรมสไตล์หมิง-ชิง หลังคากระเบื้องเทา ผนังอิฐ ประตูไม้แกะสลัก แต่สิ่งที่ทำให้ถนนเส้นนี้มีชีวิตคือ ร้านค้าที่ขาย “สี่สมบัติแห่งห้องหนังสือ” (Four Treasures of the Study / 文房四宝):
โปรเเกรมท่องเที่ยวแนะนำ: ครึ่งบ่ายถึงค่ำ (½ วัน)
💡แผนนี้ออกแบบมาเพื่อลดการเดินซ้ำซ้อน และเก็บไฮไลท์ได้ครบโดยไม่เร่งรีบ
| เวลา | กิจกรรม | หมายเหตุ |
|---|---|---|
| 14:00–14:45 | ขึ้นหอระฆัง (หรือชมจากด้านล่าง) | ดูวิวสี่ถนนใหญ่ |
| 15:00–15:45 | เดินไปหอกลอง (ผ่านทางเดินใต้ดินในสถานีรถไฟฟ้า | ชมกลองใหญ่ (闻天) + กลองเล็ก 24 ใบ (节气) |
| 15:45–16:00 | เเวะตลาดมุสลิม (回民街) แล้วเดินลงใต้ | แวะทานของว่าง พักขา |
| 16:30–19:30 | ขึ้นกำแพงเมืองด้านทิศใต้ที่ หย่งหนิงเหมิน (永宁门) | นั่งรถท่องเที่ยวไฟฟ้า หรือปั่นจักรยานรอบกำเเพง ชมพระอาทิตย์ตก |
| 19:30–20:00 | ถ่ายรูปกำแพงตอนกลางคืน | แสงไฟสวยมากหลังมืด |
| 20:00–21:00 | กลับหอระฆัง ถ่ายรูปกลางคืน – เดินเล่นตลาดอาหาร | ไฟเปิด ~19:00–19:30 สวยสุดหลัง 20:00 |

บทส่งท้าย: หัวใจของซีอานที่ยังเต้นอยู่
ถ้า กองทัพทหารดินเผา คือความยิ่งใหญ่ของ จิ๋นซีฮ่องเต้ และ เจดีย์ห่านใหญ่ คือศรัทธาของพระถังซัมจั๋ง – สามสิ่งนี้คือหัวใจของเมืองซีอาน:
หอระฆัง — จุดที่ถนนทั้งสี่มาบรรจบ ศูนย์กลางทางภูมิศาสตร์
หอกลอง — ประตูสู่ฮุ่ยหมิงเจีย (回民街 – ถนนมุสลิม) ศูนย์กลางของอาหาร
กำแพงเมืองโบราณ — 13.74 กม. ที่สามารถเดิน ปั่นจักรยาน หรือนั่งรถไฟฟ้า ดูเมืองเก่าและใหม่ ศูนย์กลางของประวัติศาสตร์
ค่าเข้าถูก เดินทางสะดวก ใช้เวลาไม่มาก รวมสามอย่างในวันเดียวได้สบาย และที่สำคัญที่สุด — ทั้งสามยังคงเป็นพื้นที่สาธารณะที่คนซีอานใช้ในชีวิตประจำวัน ไม่ใช่แค่พิพิธภัณฑ์ที่หยุดนิ่ง
\O.O/
Leave a Reply