Tag: China

  • จองที่พักในจีนยังไงไม่ให้พลาด? คู่มือใช้ Trip.com ฉบับมือใหม่ (พร้อมเคล็ดลับจากประสบการณ์จริง)

    จองที่พักในจีนยังไงไม่ให้พลาด? คู่มือใช้ Trip.com ฉบับมือใหม่ (พร้อมเคล็ดลับจากประสบการณ์จริง)


    เวลาวางแผนเที่ยวต่างประเทศ หลายคนคุ้นเคยกับแพลตฟอร์มยอดนิยมตะวันตกอย่าง Agoda, Booking.com, Expedia หรือ Hotels.com แต่เมื่อปลายทางคือ ประเทศจีน ประสบการณ์จะต่างออกไปอย่างชัดเจน เพราะระบบออนไลน์ของจีนมีโครงสร้างเฉพาะตัวที่ไม่พึ่งพา Google เหมือนประเทศอื่นๆ

    เราพบว่า Trip.com (携程 / Xiéchéng) เป็นแพลตฟอร์มที่ตอบโจทย์ที่สุดสำหรับการเดินทางในจีน ไม่ใช่แค่เรื่องที่พัก แต่รวมถึงตั๋วเครื่องบิน-รถไฟ ตั๋วที่เที่ยว และบริการอื่นๆ ที่แพลตฟอร์มตะวันตกทำไม่ได้

    💡บทความนี้เป็นส่วนหนึ่งของซีรีส์ China Survival Guide หากเพื่อนๆ ต้องการข้อมูลพื้นฐานเรื่องอื่นๆ สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่ China Guide – คู่มือเที่ยวจีนฉบับสมบูรณ์

    🏢 Trip.com (携程 / Xiéchéng) คืออะไร? ทำไมถึงตอบโจทย์

    Trip.com เป็นแพลตฟอร์มท่องเที่ยวที่ใหญ่ที่สุดในจีน และหนึ่งในผู้นำระดับโลก ให้บริการการเดินทางแบบครบวงจรระดับนานาชาติที่รองรับ 24 ภาษาและ 35 สกุลเงินท้องถิ่น

    • ก่อตั้งในปี 1999 และจดทะเบียนบริษัทที่ Cayman
    • มีสำนักงานใหญ่ระดับ Global ที่ เซี่ยงไฮ้ / สิงคโปร์
    • นักลงทุนกระจายทั่วโลก (อเมริกา / จีน / กองทุนสากล)
    • จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ NASDAQ ในปี 2003 และ HKEX ในปี 2021
    • ปัจจุบันดำเนินงานภายใต้แบรนด์ต่างๆ ได้แก่ Ctrip, Qunar, Trip.com และ Skyscanner
    [เครดิตภาพ: 4300streetcar, CC BY 4.0, via Wikimedia Commons] สำนักงานใหญ่ของทริปดอทคอมที่เซี่ยงไฮ้

    มีเครือข่ายโรงแรมและเที่ยวบินที่ครอบคลุม ซึ่งประกอบด้วยโรงแรมและเที่ยวบินมากกว่า 1.7 ล้านแห่งจากสายการบินกว่า 600 สายการบิน ครอบคลุมสนามบิน 3,400 แห่งในกว่า 100 ประเทศและภูมิภาคทั่วโลก

    แม้จะเป็นบริษัทระดับโลก แต่ “DNA จีน” ทำให้ Trip.com เข้าใจระบบภายในประเทศได้ดีกว่าเจ้าอื่นอย่างแท้จริง ตั้งแต่การเชื่อมต่อกับระบบจองรถไฟแห่งชาติ (12306) ไปจนถึงการมีข้อตกลงตรงกับโรงแรมเล็กๆ ในเมืองรองที่แพลตฟอร์มตะวันตกเข้าไม่ถึง

    💡 รู้ไหมว่า… จีนมีระบบนิเวศดิจิทัลที่เป็นเอกเทศจากโลกตะวันตก — แอปที่คนจีนใช้ประจำวันอย่าง Amap (高德地图), Dianping (大众点评), และ 12306 (ระบบจองของการรถไฟแห่งชาติ) ไม่สามารถเข้าถึงได้จากแพลตฟอร์มต่างประเทศ Trip.com จึงเป็น “สะพานเชื่อม” ที่ดีที่สุดระหว่างนักท่องเที่ยวต่างชาติกับระบบภายในประเทศจีน

    จุดเด่นที่ทำให้ Trip.com เหนือกว่าในบริบท “จีน”

    🎯 แผนที่แม่นยำกว่า — จีนไม่ใช้ Google Maps เป็นหลัก ทำให้ตำแหน่งโรงแรมบนเว็บตะวันตกมักคลาดเคลื่อน ในขณะที่ Trip.com เชื่อมกับระบบแผนที่ภายในประเทศโดยตรง จึงให้ข้อมูลที่ถูกต้องกว่าอย่างเห็นได้ชัด

    🎯 เชื่อมระบบคมนาคมครบ — จองรถไฟความเร็วสูง รถโดยสาร เที่ยวบินภายในประเทศ และตั๋วเข้าสถานที่ท่องเที่ยว ได้ในที่เดียว ไม่ต้องสลับแอป

    🎯 ราคาคุ้มค่า — เมื่อเทียบกับคุณภาพที่ได้รับ โรงแรมจีนมีราคาที่สมเหตุสมผลมาก พอรวมกับดีลเฉพาะของ Trip.com ยิ่งทำให้ประหยัดขึ้นอีก โดยเฉพาะช่วง Low Season หรือการจองล่วงหน้า

    ฟีเจอร์ที่ทำให้ใช้งานแล้วสบายใจ

    ✅ ยกเลิกได้ก่อนวันเดินทาง (Free Cancellation)

    หลายผลิตภัณฑ์ เช่น ที่พัก ตั๋วเที่ยว หรือรถไฟ มักมีตัวเลือกแบบ “ยกเลิกฟรี” ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงเวลาแผนเปลี่ยน — หลิงหลิงแนะนำให้เลือกเงื่อนไขนี้เสมอ แม้ราคาจะสูงกว่าแบบ Non-refundable เล็กน้อย แต่แลกกับความยืดหยุ่นที่คุ้มค่ามาก

    ✅ Price Match Claim ที่ใช้งานได้จริง

    หากภายหลังเพื่อนๆ เจอราคาที่ถูกกว่าจากแพลตฟอร์มอื่นหรือแม้กระทั่งของ Trip.com เอง สามารถกดเคลมส่วนต่างได้ทันที — เรายืนยันจากประสบการณ์จริงว่าฟีเจอร์นี้ทำงานได้ดี ไม่ใช่แค่โฆษณา

    ✅ คอลเซ็นเตอร์คุณภาพดี (มีพนักงานคนไทย)

    โทรติดง่าย ได้คุยไว และมีพนักงานคนไทยให้บริการ สามารถช่วยแก้ปัญหาได้ดีมาก
    นี่คือจุดที่เราประทับใจมากที่สุดจากประสบการณ์จริง:
    เราเคยจองที่พักแบบ “ยกเลิกไม่ได้” จำนวน 3 คืน แต่ภายหลังมีความจำเป็นต้องลดเหลือ 2 คืน จึงลองโทรติดต่อคอลเซ็นเตอร์ของ Trip.com ซึ่งมีพนักงานคนไทยให้บริการ เขาช่วยประสานงานกับทางโรงแรมอย่างมืออาชีพ และสามารถจัดการคืนเงินให้ได้จริง ทั้งที่ตามเงื่อนไขปกติไม่สามารถทำได้ — บริการดีมากและแก้ปัญหาได้อย่างยอดเยี่ยม 👍

    ระบบสมาชิกเเละสิทธิประโยชน์ (Trip.com Rewards Program)

    ทริปดอทคอม มีโปรเเกรมสมาชิกซึ่งให้สิทธิประโยชน์ที่ดี ตั้งเเต่ บัตรเงิน (Silver) ไปจนถึง บัตรแบล็คไดมอนด์ (Black Diamond)

    การเลื่อนขั้นในช่วงเเรกจะเป็นผลมาจาก จำนวนการจอง (Transactions) ซึ่งทำได้ไม่ยาก เช่น เมื่อทำการจองครบ 4 ครั้งก็สามารถเลื่อนขั้นไปเป็น บัตรเเพลตตินัม (Platinum) ได้เลย ซึ่งจะได้สิทธิประโยชน์เด็ดๆ เช่น:

    • สิทธิ์ใช้บริการห้องรับรอง VIP ที่สนามบิน (Airport Lounge)
    • แพ็กเก็ต eSIM เดินทางฟรี
    • ส่วนลดพิเศษและคะแนนสะสมคูณสอง

    หลังจากนั้นถ้าใช้จ่ายถึงจำนวนเกณฑ์ที่กำหนด ก็จะได้เลื่อนขั้นสูงขึ้นตามระดับของสมาชิก ซึ่งยิ่งระดับสูง สิทธิประโยชน์และส่วนลดก็จะยิ่งคุ้มค่ามากขึ้นเรื่อยๆ

    💡 เทคนิคการจองที่พักบนแพลตฟอร์ม Trip.com:

    ✅ สมัครสมาชิก Trip.com ไว้เลย

    สิทธิประโยชน์สมาชิก Trip.com ดีมาก ทั้งส่วนลดทันที คะแนนสะสม และสิทธิพิเศษตามระดับสมาชิก — สมัครฟรี ไม่เสียค่าใช้จ่าย

    ✅ แยกบุ๊กกิ้งเพื่ออัปเกรด Tier ให้เร็วขึ้น

    ระบบสมาชิก Trip.com นับ “จำนวนบุ๊กกิ้ง” ไม่ใช่ยอดเงินรวม ดังนั้นการแยกการจองเป็นหลายบุ๊กกิ้ง (เช่น จองทีละคืน แทนที่จะจองรวดเดียว 5 คืน) จะช่วยให้เลื่อนระดับสมาชิกได้ไวกว่า — สิทธิประโยชน์ตาม Tier สูงขึ้น ได้แก่ สิทธิ์ใช้บริการห้องรับรองที่สนามบินฟรี / เเพ็คเก็ต eSIM เดินทาง / ส่วนลดพิเศษ / คะแนนสะสมคูณสอง และ Late Checkout ฟรี ฯลฯ

    ✅ พักหลายวัน แนะนำให้ “แยกการจอง”

    หากต้องเปลี่ยนแผนกลางคัน เช่น ลดจำนวนคืนหรือย้ายเมือง การแยกจองทีละคืนจะปรับแก้ได้ง่ายกว่าแบบจองรวดเดียวหลายคืนมาก — เสียเวลาเพิ่มตอนจองเพียงเล็กน้อย แต่ประหยัดความปวดหัวได้มหาศาลหากแผนเปลี่ยน

    ✅ เลือกเงื่อนไขแบบ “ยกเลิกได้ฟรี” เสมอ

    เพื่อความยืดหยุ่น หากแผนเปลี่ยนกะทันหันจะสามารถปรับแก้ได้ง่ายกว่า และลดความเสี่ยงในการเสียเงินโดยไม่จำเป็น โดยเฉพาะการเดินทางในจีนที่บางครั้งตารางรถไฟหรือสภาพอากาศอาจเปลี่ยนแปลงได้

    ⚠️ ข้อควรระวัง: อ่านนโยบายการยกเลิกทุกครั้ง — แม้จะมีตัวเลือก Free Cancellation แต่แต่ละโรงแรมมี Deadline ต่างกัน บางแห่งยกเลิกฟรีได้ถึง 18:00 น. ของวันเช็คอิน บางแห่งต้องแจ้งล่วงหน้า 24-48 ชม.

    ✅ ใช้ฟีเจอร์ “Price Match” ให้คุ้ม

    ถ้าเจอราคาห้องพักที่ถูกกว่า สามารถกดเคลมส่วนต่างได้ทันที หรือจะใช้วิธีจองใหม่แล้วยกเลิกอันเก่าก็ได้เช่นกัน จากประสบการณ์ เราพบว่าบางครั้งราคาห้องพักอาจมีราคาถูกลงเมื่อใกล้ถึงวันเข้าพัก

    บทส่งท้าย

    การ จองที่พักจีน ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด — แค่เลือกใช้เครื่องมือที่ใช่ อย่าง Trip.com ที่เข้าใจระบบภายในประเทศจีนจริงๆ บวกกับเทคนิคเล็กๆ น้อยๆ จากประสบการณ์ตรงที่เราแชร์ในวันนี้ เพื่อนๆ ก็จะสามารถวางแผนเที่ยวจีนได้อย่างมั่นใจและคุ้มค่า

    หวังว่าคู่มือฉบับนี้จะช่วยให้ทริปจีน (และประเทศอื่นๆ) ครั้งต่อไปของเพื่อนๆ ราบรื่นและสนุกสนานยิ่งขึ้นนะ.. ✨

    \O.O/

  • องค์พระใหญ่แห่งเล่อซาน (Leshan Giant Buddha)

    องค์พระใหญ่แห่งเล่อซาน (Leshan Giant Buddha)


    หลังจากตะลอนเที่ยวชมธรรมชาติในย่านตอนเหนือของมณฑลเสฉวน ทั้งอุทยานแห่งชาติจิ่วจ้ายโกว, หวงหลง, ชวงเฉียวโกว และบี้เผิงโกวแล้ว เราก็เปลี่ยนบรรยากาศมาเป็นแนวศาสนา-วัฒนธรรมบ้าง โดยเดินทางลงใต้จากเฉิงตูไปยังเมืองเล่อซาน (Leshan) เพื่อเยี่ยมชม พระพุทธรูปองค์ใหญ่เล่อซาน (Leshan Giant Buddha) อันโด่งดัง และ ถ้ำพระ Oriental Buddha Capital ซึ่งอาจกล่าวได้ว่ายังเป็นแหล่งท่องเที่ยวอันซีนของเล่อซาน เนื่องจากยังไม่เป็นที่รู้จักกันแพร่หลาย และดูเหมือนไม่ค่อยมีคนพูดถึงกันเท่าไรนัก

    องค์พระใหญ่แห่งเล่อซานบนหน้าผาหินมองจากเรือกลางแม่น้ำ
    Leshan Giant Buddha
    หมู่พระพุทธรูปแกะสลักบนหน้าผาที่ Oriental Buddha Capital
    Oriental Buddha Capital

    การเดินทาง

    สถานีรถไฟเฉิงตูตะวันออกก่อนออกเดินทาง

    เล่อซานเป็นเมืองที่ตั้งอยู่ทางใต้ของเฉิงตู ระยะทางประมาณ 160 กิโลเมตร วิธีเดินทางไปที่ง่ายและสะดวกที่สุดคือโดยสารรถไฟความเร็วสูงจากสถานี Chengdu East ซึ่งใช้เวลาเดินทางประมาณหนึ่งชั่วโมงเศษๆ เท่านั้น ค่าโดยสาร ประมาณ 54 หยวน (*ตรวจสอบอีกครั้งหากเดินทาง*)

    ลิ้งค์จองรถไฟไปเล่อซาน: https://www.trip.com/t/eLF22kS15P2

    ภายในขบวนรถไฟความเร็วสูงไปเล่อซาน
    จอแสดงข้อมูลการเดินทางบนรถไฟ

    สถานีรถไฟความเร็วสูงเล่อซานตั้งอยู่ในบริเวณตัวเมือง ไม่ได้อยู่ไกลเหมือนเมืองอื่นๆ

    ชานชาลาสถานีรถไฟเมื่อถึงเล่อซาน

    ฝั่งตรงข้ามกับสถานีรถไฟเล่อซาน เป็นลานจอดรถแบบใต้ดินขนาดใหญ่ เวลาเรียกแท็กซี่ didi จะถูกกำหนดจุดรับ-ส่งในบริเวณนี้ แต่ก็ยังเห็นมีแท็กซี่คันสีเขียว-ขาวไปจอดเรียงคิวรอผู้โดยสารอยู่ที่ริมถนนหน้าสถานีรถไฟนับเป็นสิบๆคัน

    หากชอบการเที่ยวแบบสบายๆ ไม่ต้องเร่งรีบ หรือต้องการไปเที่ยวเอ๋อเหมยซานด้วย สามารถวางแผนไปพักที่เมืองเล่อซานด้วยสักคืนก็สะดวกดี

    เรามาพักที่นี่หนึ่งคืนที่ โรงแรม ibis Leshan เพื่อจะได้เริ่มออกเที่ยวแต่เช้า

    ลิ้งค์จองโรงแรมในเมืองเล่อซาน: https://www.trip.com/t/RZ20X0L15P2

    โรงแรม ibis Leshan ที่พักในตัวเมือง
    ห้องพักภายในโรงแรม ibis Leshan

    ประวัติความเป็นมา

    องค์พระใหญ่แห่งเล่อซาน เป็นพระพุทธรูปขนาดใหญ่ซึ่งถูกแกะสลักอยู่บนผาหินทรายสีแดง ตั้งอยู่ที่จุดบรรจบของ แม่น้ำหมินเจียง (岷江 – Min River) และ แม่น้ำต้าตู (大渡河 – Dadu River) ในเมืองเล่อซาน ทางตอนใต้ของมณฑลเสฉวน มีระบบระบายน้ำที่ซับซ้อนภายในพระพุทธรูปเพื่อป้องกันการกัดเซาะจากน้ำฝน เป็นพระพุทธรูปหินที่มีขนาดใหญ่และสูงที่สุดในโลก

    Photo Credit: www.globaltimes.cn

    พระพุทธรูปเล่อซานเริ่มสร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 713 ในสมัยราชวงศ์ถัง (Tang Dynasty) โดยพระภิกษุชื่อ ไห่ทง (Hai Tong) การก่อสร้างใช้เวลากว่า 90 ปี และเสร็จสมบูรณ์ในปี ค.ศ. 803

    พระภิกษุไห่ทงต้องการสร้างพระพุทธรูปเพื่อช่วยให้แม่น้ำหมินเจียง (岷江 – Minjiang River) ที่ไหลเชี่ยวกรากสงบลง และปกป้องเรือที่ผ่านไปมาให้ปลอดภัย และเพื่อให้เป็นสัญลักษณ์ของความศรัทธาในพุทธศาสนาและให้ประชาชนได้สักการะ

    องค์พระใหญ่เล่อซานเต็มองค์มองจากแม่น้ำ
    Photo Credit: www.whc.unesco.org/ [Ko Hon Chiu Vincent]

    องค์พระใหญ่แห่งเล่อซานได้รับการลงทะเบียนเป็น มรดกโลกร่วมกับภูเขาเอ๋อเหมยโดยองค์การยูเนสโก ภายใต้ชื่อ “Mount Emei Scenic Area, including Leshan Giant Buddha Scenic Area” (ภูมิทัศน์แห่งเขาเอ๋อเหมยและพระพุทธรูปยักษ์เล่อซาน) ในปี ค.ศ.1996

    การเที่ยวชมองค์พระใหญ่เล่อซาน

    นักท่องเที่ยวที่ต้องการเที่ยวชมพระพุทธรูปยักษ์เล่อซานอย่างใกล้ชิด สามารถเริ่มต้นที่ทางเข้าซึ่งอยู่บนเขา แล้วเดินลงมายังฐานองค์พระด้านล่าง แต่มักต้องเบียดเสียด-ต่อคิวกับผู้คนจำนวนมากเนื่องจากพื้นที่ค่อนข้างจำกัด ทำให้บางครั้งต้องกินเวลานาน

    อีกวิธีหนึ่งคือการนั่งเรือเพื่อชมพระพุทธรูปจากกลางแม่น้ำ ซึ่งจะได้ภาพในมุมกว้าง เห็นองค์พระได้อย่างเต็มตัวและอลังการ (อันเป็นวิธีที่เราเลือก) ^^

    ประตูทางเข้าชมองค์พระใหญ่เล่อซานด้านทิศตะวันตกบนเขา ราคาตั๋ว 80 หยวน

    แม้ว่าจะไม่มีโอกาสได้ชมอย่างใกล้ชิด แต่ก็ขอนำภาพจากแหล่งต่างๆ มารวบรวมเอาไว้ด้วย เพื่อเป็นการเติมเต็มความทรงจำในทริปนี้.. ^^

    Photo Credit: www.whc.unesco.org/ [Water Poon]
    Photo Credit: www.whc.unesco.org/ [Water Poon]

    องค์พระใหญ่เล่อซานมีความสูง 71 เมตร, ไหล่กว้าง 28 เมตร, เศียรของพระพุทธรูปสูง 14.7 เมตร, จมูกยาว 5.6 เมตร พระพุทธรูปประทับนั่งหันหน้าไปทาง ภูเขาเอ๋อเหมย (峨眉山 – Mount Emei) ซึ่งเป็นหนึ่งในสี่ภูเขาศักดิ์สิทธิ์ของพุทธศาสนาในจีน โดยมีแม่น้ำไหลอยู่ใต้เท้า

    Photo Credit: www.whc.unesco.org/ [Francesco Bandarin]
    Photo Credit: www.whc.unesco.org/ [Aneta Ribarska]
    Photo Credit: www.whc.unesco.org/ [Aneta Ribarska]

    แถวของนักท่องเที่ยวที่ต่อคิวกันเดินลงไปยังฐานองค์พระเบื้องล่าง

    Photo Credit: www.whc.unesco.org/ [Karalyn Monteil]

    ความยิ่งใหญ่ของขนาดองค์พระ เปรียบเทียบกับขนาดของคนที่เหลือตัวนิดเดียว

    Photo Credit: www.google.com

    ล่องเรือชมพระพุทธรูป

    บริเวณทางเข้าท่าเรือใกล้วัด Wuyou

    เราเรียกแท็กซี่ผ่าน didi จากโรงแรมเพื่อเดินทางไปยังจุดลงเรือซึ่งอยู่ที่บริเวณ วัดอูโยว (Wuyou) ห่างจากองค์พระประมาณ 4 กิโลเมตร ค่าแท็กซี่ 16 หยวน

    ทางเดินสู่จุดจำหน่ายตั๋วล่องเรือ
    ป้ายบอกทางไปท่าเรือชมองค์พระ
    ถนนเลียบแม่น้ำช่วงเดินไปท่าเรือ
    บรรยากาศริมแม่น้ำหน้าวัด Wuyou
    สะพานและวิวแม่น้ำใกล้จุดลงเรือ
    มุมมองแม่น้ำหมินเจียงจากริมฝั่ง

    ถ้าอยากทุ่นแรงก็สามารถใช้บริการลีมูซีนสามล้อที่รอเรียกผู้โดยสารตรงริมถนนก็ได้ ^^

    รถสามล้อรับจ้างรอผู้โดยสารริมถนน
    จุดจำหน่ายตั๋วล่องเรือชมองค์พระ
    ตั๋วล่องเรือและเข้าชม Oriental Buddha Capital

    ซื้อตั๋วเเพ็คเก็ตที่ครอบคลุมโปรเเกรมล่องเรือ + เข้าชม Oriental Buddha Capital ราคา 115 หยวน

    ทางเดินลงสู่ท่าเรือริมแม่น้ำ
    ท่าเรือล่องชมองค์พระใหญ่เล่อซาน

    ได้ตั๋วแล้วก็เดินต่อไปอีกจนถึงท่าเรือบริเวณริมแม่น้ำ

    ผู้โดยสารทยอยขึ้นเรือชมองค์พระ
    เรือออกจากท่ามุ่งสู่กลางแม่น้ำ

    บริเวณท่าเรือคึกคัก-จอเเจไปด้วยนักท่องเที่ยว

    วิวสองฝั่งแม่น้ำระหว่างล่องเรือ
    แม่น้ำกว้างมองจากหัวเรือ
    องค์พระใหญ่เล่อซานมุมกว้างพร้อมหน้าผาโดยรอบ

    ภายในเรือบรรยากาศดี มีที่นั่ง-เสื้อชูชีพให้ใส่ แต่คนส่วนใหญ่เลือกที่จะขึ้นไปอยู่บนชั้นดาดฟ้าเรือกันหมด

    ที่นั่งและเสื้อชูชีพภายในเรือ
    นักท่องเที่ยวเต็มดาดฟ้าเรือรอชมองค์พระ

    ข้อดีของการเลือกวิธีล่องเรือ คือสามารถชมวิวระหว่างทางได้โดยไม่ต้องเดิน 😊

    องค์พระใหญ่เล่อซานมองจากกลางแม่น้ำ
    พระพุทธรูปเต็มองค์บนหน้าผาหินทรายแดง
    มุมชมองค์พระแบบเต็มตัวจากเรือ

    สะพานเฮ่าซาง (Haoshang Bridge) หรือที่เรียกว่า สะพานจั๋วอิง (Zhuoying Bridge) สะพานที่เชื่อมระหว่างพื้นที่พระใหญ่เล่อซานกับวัดอูโยว เป็นสะพานโบราณที่มีสถาปัตยกรรมจีนแบบดั้งเดิม ตั้งอยู่ใกล้กับวัดอูโยว (Wuyou Temple) สะพานมีลักษณะโดดเด่นด้วยสีแดงสด มีศาลาจีนประดับอยู่บนสะพาน ทอดข้ามแม่น้ำท่ามกลางธรรมชาติที่สวยงาม เป็นจุดท่องเที่ยวที่สวยงามและมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ของมณฑลเสฉวน

    ความอลังการขององค์พระมองจากแม่น้ำ
    องค์พระและพระอรหันต์สององค์ขนาบข้าง
    องค์พระใหญ่เริ่มปรากฏเมื่อเรือเข้าใกล้

    กินลม-ชมวิวเพลินๆ ใช้เวลาไม่นานก็เริ่มเข้าสู่บริเวณอันเป็นที่ตั้งของพระพุทธรูปใหญ่เล่อซาน

    เรือลอยลำหน้าองค์พระให้นักท่องเที่ยวถ่ายภาพ

    มองเห็นแถวของนักท่องเที่ยวที่ต่อคิวกันเดินจากด้านบนลงไปยังฐานองค์พระเบื้องล่าง

    วิวแม่น้ำและหน้าผาขากลับสู่ท่าเรือ
    องค์พระมุมเฉียงจากเรือ

    ในที่สุดก็ถึงเเล้ว …

    องค์พระใหญ่และแนวหน้าผามุมพาโนรามา

    เราอาจไม่มีโอกาสได้ใกล้ชิด-สัมผัสกับองค์พระพุทธรูปใหญ่อย่างใกล้ชิด เเต่แลกกับการได้ถอยห่างออกมาเห็นในภาพที่ใหญ่กว่า ก็นับว่าคุ้มค่า

    พระพักตร์องค์พระใหญ่ระยะใกล้

    เรือจะลอยลำอยู่กลางลำน้ำบริเวณหน้าพระพุทธรูปใหญ่ เพื่อให้ได้ชมทัศนียภาพกันอบ่างเต็มที่

    มุมถ่ายภาพองค์พระช่วงเรือวนกลับ
    หน้าผาหินทรายแดงริมแม่น้ำ

    ได้เวลาอันสมควร ก็หันหัวเรือเเล่นกลับ

    เรือนำเที่ยวลำอื่นวนชมองค์พระ

    ภาพชีวิตของคนท้องถิ่นที่นั่งตกปลาอยู่ริมน้ำ

    บรรยากาศบนดาดฟ้าเรือระหว่างล่อง
    วิวเมืองเล่อซานมองจากแม่น้ำ

    ท่าเรือหน้าวัดอูโยว

    แม่น้ำหมินเจียงช่วงขากลับท่าเรือ
    เรือเทียบท่ากลับที่วัด Wuyou

    ขึ่นจากเรือสามารถเเวะไหว้พระก่อนกลับได้

    ทางเดินริมแม่น้ำช่วงเดินทางต่อ

    การล่องเรือไปชมพระพุทธรูปองค์ใหญ่ใช้เวลาไม่นาน ประมาณชั่วโมงเศษๆ ก็กลับมาถึงท่าเรือวัด Wuyou อีกครั้ง ไฮไลต์ต่อไปคือไปเที่ยวชม Oriental Buddha Capital แหล่งท่องเที่ยวอันซีนที่อยู่ไม่ไกลจากองค์พระใหญ่เล่อซาน..

    หมายเหตุ: ข้อมูลเกี่ยวกับตารางรถไฟ ค่าเข้าชม และนโยบายการท่องเที่ยวอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ตามช่วงเวลา ตรวจสอบกับทางสถานีหรือเว็บไซต์ทางการอีกครั้งก่อนเดินทาง

    อ่านต่อ: เล่อซาน (2): อันซีน-อลังการ ถ้ำพระ Oriental Buddha Capital

    \O.O/

    ถนนมุ่งหน้าสู่ Oriental Buddha Capital

  • [จีน] กำเเพงเมืองโบราณ (西安城墙 / Xi’an Ancient City Wall)

    ประวัติศาสตร์

    จุดเริ่มต้นของกำแพงซีอาน ต้องย้อนไปถึงปี ค.ศ. 904 — สิ้นราชวงศ์ถัง แม่ทัพใหญ่ หาน เจี้ยน (韩建 ) ตัดสินใจ รื้อกำแพงเมืองฉางอานเดิม ซึ่งใหญ่เกินไปสำหรับการป้องกัน ให้เหลือแต่พระราชวัง (皇城 ) แล้วซ่อมแซม

    ต่อมาในปี ค.ศ. 1370 จักรพรรดิหงอู่ (朱元璋) ได้สร้างกำแพงซีอานขึ้นใหม่บนรากฐานเดิม ใช้เวลา 8 ปี กว่าจะเสร็จ (1378)

    ว่ากันว่าตอนที่หงอู่ตีเมืองฮุยโจว (徽州) ได้มีปราชญ์ชื่อ จู เซิง (朱升)  ให้คำแนะนำ: “高筑墙,广积粮,缓称王” (สร้างกำแพงให้สูง. สะสมเสบียงให้มาก. ค่อย ๆ ประกาศตัวเป็นใหญ่) ซึ่งหงอู่เอาไปใช้ทั้งในการสร้างประเทศ และในการสร้างกำแพงซีอาน

    แผนที่กำเเพงเมืองซีอาน แสดงจุดสำคัญในเมืองซีอานและสถานที่ท่องเที่ยว
    แผนที่กำเเพงเมืองซีอาน แสดงจุดสำคัญในเมืองซีอานและสถานที่ท่องเที่ยว

    ในทศวรรษ 1950 — ผู้เชี่ยวชาญจากสหภาพโซเวียตแนะนำให้ รื้อกำแพงทิ้ง เพื่อสร้างถนนสำหรับโรงงานอุตสาหกรรมหนัก

    จ้าว โช้วซาน (赵寿山) ผู้ว่าการมณฑลส่านซี ซึ่งเคยร่วมรบในสมรภูมิ “สองพยัคฆ์รักษาเมืองฉางอาน” (二虎守长安) เมื่อปี 1926 ได้คัดค้านอย่างแข็งขัน โดยชี้ว่ากำแพงเคยช่วยชีวิตคนในเมืองไว้

    สี จงซวิน (习仲勋) ซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่งดำรงตำแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีน ได้ออกคำสั่งระงับการรื้อถอนอย่างเด็ดขาด แม้จะต้องแลกกับการถูกปลดจากตำแหน่งและถูกตราหน้าว่าเป็น “ฝ่ายขวา” ในเวลาต่อมา เเต่ก็ส่งผลให้กำเเพงเมืองซีอานรอดพ้นจากการถูกรื้นถอนทำลายไปได้ในที่สุด

    เกร็ดความรู้: สีจงซวิน (习仲勋) เป็นบิดาของ สีจิ้นผิง (习近平) ประธานาธิบดีคนปัจจุบันของสาธารณรัฐประชาชนจีน มรดกด้านการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมของท่าน โดยเฉพาะกรณีกำแพงเมืองซีอาน ยังคงถูกอ้างอิงในฐานะตัวอย่างของการตัดสินใจเสียสละเพื่อรักษามรดกของชาติไว้ แม้ว่าจะขัดกับกระแสหลักในยุคนั้น

    ในปี 1961 กำแพงเมืองซีอาน ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็น โบราณสถานคุ้มครองระดับชาติ ลำดับแรกของประเทศ

    กลุ่มประติมากรรมสัมฤทธิ์จำลองขุนนางราชวงศ์หมิงถือตำรา ทหารถืออาวุธ และชาวบ้านยกป้ายจารึกอักษร '西安府' (ซีอานฝู่) ตั้งอยู่เบื้องหน้ากำแพงเมืองโบราณซีอานก่ออิฐเทาสูงใหญ่ ประดับธงแดงและโคมบนใบเสมา ภายใต้ฟ้าครามเมฆขาว
    กลุ่มประติมากรรมสัมฤทธิ์ เล่าเรื่องราวการขนานนาม ‘ซีอานฝู่’ ในสมัยราชวงศ์หมิง

    เป็นเวลานานที่กำแพงเมืองขาดช่วงตรงบริเวณสถานีรถไฟซีอาน ตั้งแต่ปี 1952 ที่ต้องรื้อกำแพงออกเป็นบางส่วนเพื่อสร้างสถานี ในวันที่ 26 ธันวาคม 2004 — กำแพงซีอานได้ถูกเชื่อมต่อครบวงเป็นครั้งแรกในรอบ 52 ปี — ปัจจุบันสามารถเดิน/ปั่นจักรยานรอบกำแพงได้ทั้ง 13.74 กม. โดยไม่ต้องลง

    บรรยากาศบนกำเเพงเมืองซีอานด้านทิศใต้
    บรรยากาศบนกำเเพงเมืองซีอานด้านทิศใต้
    โครงสร้างของกำเเพงเมืองซีอานรายละเอียด
    ความยาวรวม13.74 กม.
    ความสูง12 ม.
    ความหนาฐาน15–18 ม.
    ความหนายอด12–14 ม.
    รูปร่างสี่เหลี่ยมผืนผ้า — ยาว (ตะวันออก→ตะวันตก) > กว้าง (เหนือ→ใต้)
    ช่องปืน (垛口)5,984 ช่อง
    ประตูเมืองหลักดั้งเดิม 4 เเห่ง长乐 (ตะวันออก), 安定 (ตะวันตก), 永宁 (ใต้), 安远 (เหนือ)
    ปัจจุบันมีการปรับปรุงด้านการใช้ประโยชน์ จนมี 18 ประตู
    หอคอยมุม4 มุม (มุมตะวันตกเฉียงใต้เป็นทรงกลม — ต่างจากมุมอื่นที่เป็นเหลี่ยม)
    หอคอย (敌楼)98 หอ (ทุก 120 ม.)
    คูเมือง (护城河)กว้าง ~20 ม.
    พื้นที่ทั้งหมด (รวม 环城公园)~4.5 ตร.กม.

    กิจกรรมยอดนิยม: ปั่นจักรยานรอบเมือง (45 หยวน/3 ชม.)

    ป้ายค่าธรรมเนียมจักรยานในเขตเมืองซีอาน.
    ป้ายแสดงค่าธรรมเนียมจักรยานและเวลาบริการในเมืองซีอาน.
    การปั่นจักรยานบนกำเเพงเมืองซีอาน เป็นกิจกรรมที่นิยมของนักท่องเที่ยว
    การปั่นจักรยานบนกำเเพงเมืองซีอาน เป็นกิจกรรมที่นิยมของนักท่องเที่ยว

    Senior Tip สำคัญ:

    ไม่ต้องปั่นก็ได้! มี รถท่องเที่ยวไฟฟ้า (Sightseeing Car / 观光电瓶车) วิ่งรอบกำแพงพร้อมคนขับ ราคา 120 หยวน/รอบ (50 นาที) หรือ ~20-30 หยวน/ช่วง แวะจอดจุดสำคัญได้โดยไม่ต้องออกแรง

    • แนะนำให้ขึ้นที่ 永宁门 (ประตูใต้) เท่านั้น เพราะมีลิฟต์ ทางลาดมาตรฐาน และจุดรอรถที่ชัดเจน หากขึ้นประตูอื่นอาจต้องเดินขึ้นบันไดเพื่อไปจุดรอรถ

    • รถเป็นแบบเปิดโล่ง (Open-air) ช่วงฤดูร้อน (มิ.ย.–ส.ค.) กลางวันจะร้อนมาก แนะนำให้นั่งช่วง เช้าตรู่ (08:00–10:00) หรือ เย็นหลัง 17:00 น. จะสบายตัวที่สุด

    • บนกำแพงมี ร้านกาแฟและจุดพัก หลายแห่ง เดือนร้อนไม่มีร่มเงา

    • คืนจักรยานก่อน 21:30–21:45 ประตูปิด 22:00

    (ราคาและเวลาให้บริการรถท่องเที่ยวไฟฟ้าอาจมีการปรับเปลี่ยนตามฤดูกาลท่องเที่ยวหรือสภาพอากาศ กรุณาตรวจสอบอีกครั้ง ณ จุดขายตั๋วประตู Yongning Gate ก่อนขึ้น)

    แหล่งท่องเที่ยวใกล้เคียง

    พิพิธภัณฑ์ป่าหินจารึก (Beilin Museum / 碑林博物馆) – ห้องสมุดที่หนังสือทุกเล่มทำจากหิน

    ประตูทางเข้าพิพิธภัณฑ์กำแพงเมืองโบราณในเมืองซีอาน.
    แผนที่พิพิธภัณฑ์เมืองซีอานในจีน.

    หลังจากลงจากกำแพงเมืองด้านประตูหย่งหนิงเหมิน (永宁门 / Yongning Gate) เดินเลียบเชิงกำแพงไปทางตะวันออกประมาณ 1 กิโลเมตร จะเจอกับสถานที่ที่อาจเรียกได้ว่าเป็น “ห้องสมุดที่เก่าแก่ที่สุดของจีน”พิพิธภัณฑ์ป่าหินจารึก (Beilin Museum / 碑林博物馆)

    ลองนึกภาพดู ในยุคที่ยังไม่มีแท่นพิมพ์ ไม่มีอินเทอร์เน็ต ไม่มีแม้แต่กระดาษที่หาซื้อง่ายๆ ถ้าคุณอยาก “ตีพิมพ์” หนังสือสักเล่มให้คนทั้งแผ่นดินอ่านได้ คุณจะทำได้ยังไง?

    คำตอบของคนสมัยถังคือ: แกะมันลงบนหิน

    แท่นหินจารึกโบราณในพิพิธภัณฑ์จีน.
    แท่นหินจารึกโบราณในพิพิธภัณฑ์จีนแสดงข้อมูลประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมจีนโบราณ.

    ที่นี่คือพิพิธภัณฑ์ที่รวบรวมและจัดแสดง แผ่นศิลาจารึกโบราณ(Steles / 石碑) ที่ใหญ่และสำคัญที่สุดในประเทศจีน

    พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ก่อตั้งในปี ค.ศ. 1087 สมัยราชวงศ์ซ่งเหนือ เพื่อเป็นที่เก็บรักษา คัมภีร์หินไคเฉิง (开成石经 / Kaicheng Stone Classics) ที่สลักขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 837 สมัยราชวงศ์ถัง — ใช่ครับ หินพวกนี้อายุเกือบ 1,200 ปี และมันคือ “หนังสือเรียนมาตรฐานแห่งชาติ” ของยุคนั้น

    💡 รู้ไหมว่า… คัมภีร์หินไคเฉิงประกอบด้วยหิน 114 แผ่น สลักคัมภีร์ขงจื๊อ 12 เล่ม รวมกว่า 650,000 ตัวอักษร ใช้เวลาแกะสลักนาน 7 ปี บัณฑิตจากทั่วแผ่นดินจะเดินทางมาที่ฉางอานเพื่อ “ลอกลาย” (ทำสำเนาด้วยกระดาษหมึก) จากหินเหล่านี้ — นี่คือระบบ “เผยแพร่ความรู้” ที่ล้ำสมัยที่สุดในยุคก่อนแท่นพิมพ์

    ศิลปะหินโบราณที่มีรายละเอียดลึกซึ้ง.
    ศิลปะหินโบราณที่มีรายละเอียดลึกซึ้ง.

    ไฮไลต์ที่ต้องดู

    1. คัมภีร์กตัญญูหิน (Shitai Xiaojing Stele / 石台孝经) – สมบัติอันดับหนึ่งของพิพิธภัณฑ์

    ศิลาจารึกขนาดมหึมาที่ตั้งตระหง่านอยู่กลางศาลาเฉพาะ เนื้อหาคือ คัมภีร์กตัญญู (Classic of Filial Piety) คัมภีร์ที่ว่าด้วย “ความกตัญญู” ซึ่งเป็นรากฐานศีลธรรมของสังคมจีน

    แต่ที่ทำให้หินก้อนนี้พิเศษคือ: จักรพรรดิถังเสวียนจง (Emperor Xuanzong / 唐玄宗) ทรงเขียนคำอธิบายด้วยพระองค์เอง และทรงคัดลายมือลงบนหินด้วยพระองค์เอง — จักรพรรดิที่ทรงเปิดยุคทองของราชวงศ์ถัง ทรงใช้คัมภีร์กตัญญูเป็นเครื่องมือสอนคุณธรรมให้ทั้งแผ่นดิน

    2. ศิลาจารึกจิ่งเจี้ยว (Nestorian Stele / 大秦景教流行中国碑) – หลักฐานเส้นทางสายไหม

    หินสลักปี ค.ศ. 781 ที่บันทึกว่า ศาสนาคริสต์นิกายเนสโทเรียน (ชาวถังเรียกว่า “จิ่งเจี้ยว” / 景教) เดินทางมาถึงฉางอานตั้งแต่ปี ค.ศ. 635 — ผ่านเส้นทางสายไหม โดยมิชชันนารีชื่อ อาโล่เปิน (Alopen / 阿罗本)

    หินก้อนนี้ถูกขุดพบในปี ค.ศ. 1625 ระหว่างการก่อสร้างในสมัยราชวงศ์หมิง และเมื่อข่าวแพร่ไปถึงยุโรป ก็สร้างความตกตะลึงไปทั่ว เพราะไม่มีใครคาดคิดว่าคริสต์ศาสนาจะมาถึงจีนก่อนหน้านั้นกว่า 1,000 ปี

    ประติมากรรมเด็กนั่งบนอูฐโบราณในพิพิธภัณฑ์จีน.
    ประติมากรรมเด็กนั่งบนอูฐโบราณแสดงให้เห็นวัฒนธรรมจีนโบราณในพิพิธภัณฑ์.

    3. ผลงานของปรมาจารย์อักษรวิจิตร

    ภายในพิพิธภัณฑ์รวบรวมผลงานของปรมาจารย์อักษรวิจิตรจีนครบทุกยุค:

    • หวังซีจือ (Wang Xizhi / 王羲之) – ราชาแห่งการเขียนพู่กัน
    • เหยียนเจินชิง (Yan Zhenqing / 颜真卿) – ผู้สร้างตัวอักษร “เหยียน” ที่แข็งแรงสง่างาม
    • หลิวกงเฉวียน (Liu Gongquan / 柳公权) – คู่หูของเหยียนเจินชิง สำนวนจีนว่า “颜筋柳骨” (เอ็นของเหยียน กระดูกของหลิว)
    • จางสวี่ (Zhang Xu / 张旭) และ หวายซู่ (Huai Su / 怀素) – สองปรมาจารย์อักษรวิจิตร “หญ้า” (草书) ที่เขียนพู่กันเหมือนเต้นรำ

    4. ระฆังจิ่งหยุน (Jingyun Bell / 景云钟) – ตัวจริงจากหอระฆัง!

    จำ ระฆังจิ่งหยุน ที่เราเห็นในบทความ หอระฆัง-หอกลอง ได้ไหมครับ? ตัวที่แขวนอยู่บนหอเป็นของจำลอง แต่ ตัวจริงที่หล่อในปี ค.ศ. 711 สมัยราชวงศ์ถัง ถูกเก็บรักษาไว้ที่นี่ — ระฆังสูง 2.45 เมตร หนัก 6.5 ตัน พร้อมจารึกที่จักรพรรดิถังรุ่ยจงทรงนิพนธ์ด้วยพระองค์เอง

    โบราณวัตถุในพิพิธภัณฑ์ไป่ยหลิน

    ข้อมูลวางแผนเที่ยวป่าหินจารึก

    รายการรายละเอียด
    ค่าเข้าประมาณ 50-65 หยวน [TODO: Fact-check – อาจมีการเปลี่ยนแปลงหลังปรับปรุงพิพิธภัณฑ์]
    ตั๋วคู่ตั๋วคู่ กำแพงเมือง + ป่าหินจารึก ≈ 100 หยวน (ประหยัดกว่าซื้อแยก)
    เวลาเปิดประมาณ 08:00–18:00 (ฤดูร้อน) / ปิดเร็วขึ้นในฤดูหนาว
    ระยะเวลา1.5–2.5 ชั่วโมง
    การเดินจากประตูหย่งหนิงเหมิน เดินเลียบเชิงกำแพงไปทางตะวันออก ~1 กม. หรือออกประตูเหวินเหมิน (文昌门 / Wenchang Gate) บนกำแพง แล้วลงบันไดจะถึงใกล้ๆ
    อาคารวัดจีนโบราณพร้อมสิงโตหินและกำแพงเมืองโบราณ.

    ถนนวัฒนธรรมชูหยวนเหมิน (书院门书院门 – Shuyuanmen)

    ถนนคนเดินเส้นเล็ก ๆ ตั้งอยู่ทางด้านตะวันออกของประตูเมืองทิศใต้ เป็นถนนวัฒนธรรมที่ได้รับการบูรณะในรูปแบบของสถาปัตยกรรมโบราณของราชวงศ์หมิง (1368-1644) และชิง (1644-1911) มีความยาวประมาณ 570 เมตร ที่นี่มีศิลปะพู่กันจีน ตราประทับ ภาพวาดวิวทิวทัศน์ งานเขียนพัด งานเขียนตัวอักษรจีน ภาพปักลวดลาย รวมถึงอุปกรณ์ในการสร้างงาน กระดาษ พู่กัน และของที่ระลึก

    ซุ้มประตูทางเข้าถนนชูหยวนเหมิน ประดับลวดลายสีสันสดใส ป้ายอักษรจีนสีทอง โคมแดงแขวนเรียงราย
    ซุ้มประตูทางเข้าถนนชูหยวนเหมิน

    จากพิพิธภัณฑ์ป่าหินจารึก เดินย้อนกลับมาทางทิศตะวันตกไม่กี่ร้อยเมตร เพื่อนๆ จะทะลุเข้า ถนนชูหยวนเหมิน (Shuyuanmen / 书院门) — ถนนคนเดินยาวประมาณ 570 เมตร ที่หลิงหลิงอยากเรียกว่า “ถนนสายปัญญาชน” ของซีอาน

    ถ้าตลาดมุสลิมคือ “ท้อง” ของซีอานที่เต็มไปด้วยกลิ่นอาหารและเสียงจอแจ ชูหยวนเหมินก็คือ “สมอง” ของเมือง — ถนนที่สงบกว่า เรียบง่ายกว่า แต่เต็มไปด้วยกลิ่นหมึกจีนจางๆ ที่ลอยออกมาจากร้านพู่กันทุกห้อง

    ทำไมถึงชื่อ “ชูหยวนเหมิน”?

    ชื่อ “ชูหยวนเหมิน” แปลตรงตัวว่า “ประตูสู่สำนักวิชา” — ชื่อนี้มาจาก สำนักศึกษากวนจง (Guanzhong Academy / 关中书院) ที่ตั้งอยู่ปลายถนนฝั่งตะวันออก

    สำนักศึกษานี้ก่อตั้งในปี ค.ศ. 1609 โดย เฝิงกงหวู (Feng Congwu / 冯从吾) ปราชญ์ผู้ทรงคุณธรรมแห่งสำนักกวนจง — ท่านเป็นคนซื่อตรงจนเคยถูกกลั่นแกล้งจากขันทีผู้มีอำนาจ แต่สุดท้ายก็ได้รับการฟื้นฟูเกียรติยศ และสำนักของท่านก็กลายเป็นศูนย์กลางการศึกษาของภาคตะวันตกเฉียงเหนือ

    💡 รู้ไหมว่า… ถนนเส้นนี้ “เติบโต” รอบสำนักศึกษา ไม่ใช่สำนักศึกษาถูกสร้างบนถนน — หมายความว่าในยุคราชวงศ์หมิง-ชิง บัณฑิตจากทั่วสารทิศจะเดินเข้าออกถนนเส้นนี้ทุกวันเพื่อไปเรียนที่สำนักกวนจง ร้านรวงสองข้างทางจึงค่อยๆ เกิดขึ้นเพื่อรับใช้บัณฑิตเหล่านี้ — ขายพู่กัน หมึก กระดาษ และหินฝนหมึก

    บรรยากาศและสิ่งที่น่าสนใจ

    สองข้างทางของชูหยวนเหมินเป็นอาคารสถาปัตยกรรมสไตล์หมิง-ชิง หลังคากระเบื้องเทา ผนังอิฐ ประตูไม้แกะสลัก แต่สิ่งที่ทำให้ถนนเส้นนี้มีชีวิตคือ ร้านค้าที่ขาย “สี่สมบัติแห่งห้องหนังสือ” (Four Treasures of the Study / 文房四宝):


    โปรเเกรมท่องเที่ยวแนะนำ: ครึ่งบ่ายถึงค่ำ (½ วัน)

    💡แผนนี้ออกแบบมาเพื่อลดการเดินซ้ำซ้อน และเก็บไฮไลท์ได้ครบโดยไม่เร่งรีบ

    เวลากิจกรรมหมายเหตุ
    14:00–14:45ขึ้นหอระฆัง (หรือชมจากด้านล่าง)ดูวิวสี่ถนนใหญ่
    15:00–15:45เดินไปหอกลอง (ผ่านทางเดินใต้ดินในสถานีรถไฟฟ้า ชมกลองใหญ่ (闻天) + กลองเล็ก 24 ใบ (节气)
    15:45–16:00เเวะตลาดมุสลิม (回民街) แล้วเดินลงใต้ แวะทานของว่าง พักขา
    16:30–19:30ขึ้นกำแพงเมืองด้านทิศใต้ที่ หย่งหนิงเหมิน (永宁门)นั่งรถท่องเที่ยวไฟฟ้า หรือปั่นจักรยานรอบกำเเพง ชมพระอาทิตย์ตก
    19:30–20:00ถ่ายรูปกำแพงตอนกลางคืนแสงไฟสวยมากหลังมืด
    20:00–21:00กลับหอระฆัง ถ่ายรูปกลางคืน – เดินเล่นตลาดอาหารไฟเปิด ~19:00–19:30 สวยสุดหลัง 20:00
    บรรยากาศยามพลบค่ำบนกำแพงเมืองซีอาน นักท่องเที่ยวปั่นจักรยานบนทางอิฐกว้างมุ่งสู่หอคอยจีนโบราณที่ประดับไฟสีทองตามแนวชายคา ขนาบด้วยธงแดงและโคมแดงเรียงรายบนใบเสมา โดยมีตึกสูงสมัยใหม่ตั้งตระหง่านเป็นฉากหลัง
    ปั่นจักรยานยามเย็นบนกำแพงเมืองซีอานอายุ 600 ปี โดยมีตึกระฟ้าเบื้องหลังคอยเตือนว่าเรายังอยู่ในปัจจุบัน

    บทส่งท้าย: หัวใจของซีอานที่ยังเต้นอยู่

    ถ้า กองทัพทหารดินเผา คือความยิ่งใหญ่ของ จิ๋นซีฮ่องเต้ และ เจดีย์ห่านใหญ่ คือศรัทธาของพระถังซัมจั๋ง – สามสิ่งนี้คือหัวใจของเมืองซีอาน:

    • หอระฆัง — จุดที่ถนนทั้งสี่มาบรรจบ ศูนย์กลางทางภูมิศาสตร์

    • หอกลอง — ประตูสู่ฮุ่ยหมิงเจีย (回民街 – ถนนมุสลิม) ศูนย์กลางของอาหาร

    • กำแพงเมืองโบราณ — 13.74 กม. ที่สามารถเดิน ปั่นจักรยาน หรือนั่งรถไฟฟ้า ดูเมืองเก่าและใหม่ ศูนย์กลางของประวัติศาสตร์

    ค่าเข้าถูก เดินทางสะดวก ใช้เวลาไม่มาก รวมสามอย่างในวันเดียวได้สบาย และที่สำคัญที่สุด — ทั้งสามยังคงเป็นพื้นที่สาธารณะที่คนซีอานใช้ในชีวิตประจำวัน ไม่ใช่แค่พิพิธภัณฑ์ที่หยุดนิ่ง

    \O.O/

  • [จีน] มัสยิดใหญ่เเห่งซีอาน (Xi’an Great Mosque) และถนนมุสลิม (Muslim Quarter)

    [จีน] มัสยิดใหญ่เเห่งซีอาน (Xi’an Great Mosque) และถนนมุสลิม (Muslim Quarter)


    ซีอานไม่ได้มีแค่ทหารดินเผาและวัดพุทธ แต่ยังเป็น “ประตูทางเข้าของอิสลามสู่จีน” มาตั้งแต่ปี ค.ศ. 742 — ผ่านพ่อค้าชาวอาหรับและเปอร์เซียที่เดินทางตามเส้นทางสายไหม

    มัสยิดใหญ่ซีอาน (化觉巷清真大寺 / Xi’an Great Mosque) และ ถนนมุสลิม หรือ หุยหมินเจีย (回民街) คือหลักฐานที่มีชีวิตของประวัติศาสตร์นั้น ทั้งสองแห่งนี้ตั้งอยู่คู่กันมาเนิ่นนานกว่าพันปี แม้ภายนอกจะดูเหมือนคนละโลก — ฝั่งหนึ่งเงียบสงบภายใต้ร่มไม้ใหญ่ในลานหิน อีกฝั่งหนึ่งจอแจอลหม่านไปด้วยควันเตาถ่านและเสียงเร่ขายของศูนย์กลางอาหารฮาลาลที่คึกคักและใหญ่ที่สุดของจีนตะวันตกเฉียงเหนือ

    อันที่จริงมันคือสองด้านของเหรียญเดียวกัน นั่นคือประวัติศาสตร์ของชาวมุสลิมกลุ่มน้อยในจีนที่รู้จักกันในชื่อ “หุย” (回族) และรากเหง้าที่พวกเขาฝังลึกอยู่ในแผ่นดินนี้ยาวนานนับแต่สมัยราชวงศ์ถัง

    สองสถานที่นี้อยู่ห่างจากหอกลองเพียง 200 เมตร สามารถเดินเที่ยวรวมกันได้ในครึ่งวัน และเป็นประสบการณ์ที่แตกต่างจากแลนด์มาร์กอื่นในซีอานอย่างสิ้นเชิง

    บทความนี้เราจะพาเพื่อนๆไปเที่ยวชมมัสยิดใหญ่ซีอาน แล้วค่อยทะลุออกสู่ถนนมุสลิม ไปหาของกินกันให้พุงกาง พร้อมเกร็ดเรื่องราวน่าสนใจที่ไม่ค่อยมีคนเล่าให้ฟัง..


    จุดเริ่มต้นบนเส้นทางสายไหม

    แผนที่เส้นทางสายไหมของจีนในอดีต
    แผนที่เส้นทางสายไหมของจีนในอดีต

    ย้อนเวลากลับไปเมื่อ 1,300 กว่าปีก่อน ในยุคที่ซีอานยังชื่อว่า “ฉางอาน” (长安 / Chang’an) และยังเป็นมหานครที่ใหญ่ที่สุดในโลกตะวันออกสมัยราชวงศ์ถัง (唐朝 / Tang Dynasty)

    เมื่อจักรวรรดิอาหรับ (ราชวงศ์อุมัยยะฮ์) ส่งทูตมายังราชวงศ์ถังใน ค.ศ. 742 พ่อค้าชาวเปอร์เซีย อาหรับ และโซกเดียน ขี่อูฐนำเครื่องเทศ อัญมณี เครื่องแก้ว และม้าพันธุ์ดี เดินทางข้ามทะเลทรายนับพันกิโลเมตรมาแลกกับผ้าไหมและเครื่องกระเบื้องจีน พ่อค้าจำนวนมากไม่ได้แค่ “แวะมา” แต่ตกหลุมรักเมืองนี้ ตัดสินใจตั้งรกราก แต่งงานกับคนท้องถิ่น และสืบเชื้อสายมาจนกลายเป็น ชาวหุย (回族 / Hui) กลุ่มชาติพันธุ์มุสลิมที่ใหญ่ที่สุดกลุ่มหนึ่งของจีน

    หอกลองซีอานตั้งเด่นตระหง่านมานานนับพันปี
    หอกลองซีอานตั้งเด่นตระหง่านมานานนับพันปี

    มัสยิดใหญ่ซีอานตั้งอยู่กลางชุมชนหุยในซอยฮวาเจว่ มุมตะวันตกเฉียงเหนือของหอกลอง สร้างขึ้นเพื่อเป็นศูนย์กลางทางจิตวิญญาณของชุมชนนี้ และได้รับการบูรณะขยายหลายครั้งในสมัยหมิงและชิง ปัจจุบันครอบคลุมพื้นที่กว่า 13,000 ตารางเมตร

    ถนนแคบในย่านมุสลิมที่ซีอานพร้อมป้ายชื่อและสายไฟฟ้าระโยง.
    ซอยฮวาเจว่ในย่านชุมชนมุสลิมที่ซีอาน

    ถนนมุสลิมหรือ “หุยหมินเจีย” เติบโตขึ้นมาพร้อม ๆ กับมัสยิด พื้นที่รอบ ๆ กลายเป็นย่านชุมชนของชาวหุย ขยายตัวเป็นย่านที่เราเรียกกันทุกวันนี้ว่าถนนมุสลิม ซึ่งจริงๆแล้วไม่ใช่ถนนสายเดียว แต่เป็นเครือข่ายตรอกซอยทั้งย่านที่ชาวหุยหลายหมื่นคนยังคงใช้ชีวิต เปิดร้าน ทำอาหาร และละหมาดกันอยู่จนถึงปัจจุบัน นี่คือเหตุผลที่เวลาเราเดินอยู่ในย่านนี้ เราจะเห็นความผสมผสานที่หาที่ไหนไม่ได้อีกแล้วในโลก ป้ายร้านเขียนทั้งอักษรจีนและอักษรอาหรับ เสียงอาซานดังปะปนกับเสียงตะโกนขายขนม และกลิ่นเครื่องเทศตะวันออกกลางลอยคลุ้งอยู่ในสถาปัตยกรรมจีน


    มัสยิดใหญ่แห่งซีอาน (化觉巷清真大寺 / Xi’an Great Mosque)

    ป้ายอักษรจีนของมัสยิดใหญ่ซีอาน  แสดงข้อมูลประวัติและการก่อสร้าง
    ป้ายอักษรจีนของมัสยิดใหญ่ซีอาน

    มัสยิดที่ดูไม่เหมือนมัสยิด

    สิ่งแรกที่สะกิดใจเมื่อก้าวเข้าไปในมัสยิดใหญ่ซีอานคือ “ดูไม่ใช่มัสยิด” ในความหมายที่เราคุ้นชิน ที่นี่คือหนึ่งในมัสยิดไม่กี่แห่งในโลกที่สร้างด้วย สถาปัตยกรรมจีนทั้งหลัง ไม่มีโดมกลม ไม่มีมินาเรตสูงเสียดฟ้า มีแต่หลังคากระเบื้องชายคาโค้งงอน สวนหิน ต้นไม้โบราณ และศาลาทรงจีนที่ซ่อนตัวเรียงรายอยู่ในลานสี่เหลี่ยมถึง 4 ชั้น บนพื้นที่กว่า 12,000 ตารางเมตร

    เมื่อเดินลึกเข้าไปเรื่อย ๆ จะเริ่มเห็นอักษรอาหรับแกะสลักบนไม้และหิน ปะปนกับมังกรจีนและลายเมฆแบบดั้งเดิม ความกลมกลืนระหว่างสองวัฒนธรรมนี้คือสิ่งที่ทำให้มัสยิดแห่งนี้ไม่เหมือนใคร

    เมื่อชาวอาหรับสร้างมัสยิดนี้ พวกเขาเลือก “ปรับตัวเข้ากับวัฒนธรรมจีน” แทนการนำเข้าสถาปัตยกรรมตะวันออกกลาง ผลลัพธ์คือมัสยิดที่ดูคล้ายวัดจีนจากภายนอก แต่ภายในเต็มไปด้วยจารึกอาหรับและทิศกิบลัตที่หันไปมักกะฮ์ — นี่คือตัวอย่างที่ดีที่สุดของการอยู่ร่วมกันทางวัฒนธรรมในประวัติศาสตร์

    กำเเพงด้านหน้ามัสยิดใหญ่ในเมืองซีอาน
    กำเเพงด้านหน้ามัสยิดใหญ่ซีอาน

    มัสยิดแห่งนี้สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 742 ตรงกับสมัยจักรพรรดิถังเสวียนจง (唐玄宗 / Tang Xuanzong ) ผ่านการบูรณะและต่อเติมมาหลายราชวงศ์ ทั้งซ่ง หยวน หมิง และชิง ทำให้ทุกวันนี้มันคือ “พิพิธภัณฑ์มีชีวิต” ของการผสมผสานสองอารยธรรม ความลับของมันอยู่ที่รายละเอียด เมื่อเพื่อนๆ เดินใกล้ๆ จะเห็นว่าตามคานไม้และผนังไม่มีรูปปั้นมนุษย์หรือสัตว์เลย (เพราะอิสลามห้ามรูปเคารพ) มีแต่ลายดอกไม้ ใบไม้ เรขาคณิต และ อักษรอาหรับวิจิตร ที่สอดแทรกอยู่ในโครงสร้างจีนอย่างแนบเนียน

    เกร็ดความรู้: วัดจีนทั่วไปจะหันหน้าไปทางทิศใต้ตามหลักฮวงจุ้ย แต่มัสยิดใหญ่ซีอานหันแกนไปทาง ทิศตะวันตก ตรงกับทิศกิบลัต (Qibla) ที่มุ่งสู่นครเมกกะฮ์นั่นเอง พูดง่ายๆ คือ “ร่างกายเป็นจีน แต่หัวใจหันไปเมกกะฮ์”

    อาคารสไตล์จีนโบราณในมัสยิดใหญ่ซีอาน
    อาคารสไตล์จีนโบราณในมัสยิดใหญ่ซีอาน

    🏛️ สี่ลาน (Four Courtyards) ที่พาเราค่อย ๆ ลืมโลกข้างนอก

    มัสยิดนี้แบ่งเป็น 4 ลานเรียงต่อกันตามแนวแกนตะวันออก-ตะวันตก เพราะเสาหลักของศาสนาคือการหันหน้าไปสู่เมกกะฮ์ซึ่งอยู่ทางทิศตะวันตกของจีน แต่ละลานล้วนมีเรื่องราวของตัวเอง

    แผนผังมัสยิดใหญ่ซีอานและถนนมุสลิมในเมือง.
    [เครดิตภาพ: www.baidubaike.com] แผนผังแสดงโครงสร้างและพื้นที่ของมัสยิดใหญ่ซีอาน

    ลานที่หนึ่ง: ประตูไม้โบราณ (木牌坊 / Wooden Paifang)

    ประตูทางเข้ามัสยิดใหญ่ซีอานในวันที่มีท้องฟ้าสดใส
    ซุ้มประตูทางเข้ามัสยิดใหญ่ซีอาน

    ก้าวพ้นประตูใหญ่เข้ามา ความวุ่นวายของเมืองเหมือนถูกสวิตช์ปิดลงทันที สิ่งแรกที่ต้อนรับเราคือซุ้มประตูไม้โบราณขนาดใหญ่ที่เขียนว่า “敕赐礼拜寺” (มัสยิดที่ได้รับพระราชทานจากจักรพรรดิ) สูงตระหง่านจากสมัยราชวงศ์ชิง อายุราว 400 ปี มุงหลังคากระเบื้องเคลือบสีเขียวมรกต ลวดลายแกะสลักละเอียดจนต้องเงยหน้ามองนานๆ ลานแรกนี้ร่มรื่นด้วยต้นไม้ใหญ่และกระถางบอนไซ เป็นจุดที่คนท้องถิ่นชอบมานั่งพัก บรรยากาศสงบจนได้ยินเสียงนกร้อง

    อาคารภายในมัสยิดใหญ่ซีอานและสวนเขียวขจี
    สวนหย่อมและกระถางต้นไม้ภายในเขตมัสยิดซีอาน
    สวนหย่อมและกระถางต้นไม้ในเขตมัสยิดใหญ่ซีอาน สร้างบรรยากาศสงบและร่มรื่น.
    สวนหย่อมและกระถางต้นไม้ภายในเขตมัสยิดซีอาน

    ลานที่สอง: ซุ้มหินและจารึกแห่งกาลเวลา (石碑 / Stone Paifang & Ancient Steles)

    ซุ้มประตูหินในมัสยิดใหญ่ซีอาน
    ซุ้มประตูหินในมัสยิดใหญ่ซีอาน
    ซุ้มหินในมัสยิดใหญ่ซีอาน

    เดินลึกเข้ามา ลานที่สองมีซุ้มหินสลักตั้งเด่นเป็นประธาน ขนาบด้วยอาคารไม้สองฝั่ง มีจารึกหินโบราณภาษาอาหรับและจีนผสมกัน มีแท่นหินที่เล่าถึงการบูรณะมัสยิดในสมัยชิง และป้ายหินสลักพระบรมราชโองการจากจักรพรรดิเกี่ยวกับการปกป้องอิสลาม

      อาคารในมัสยิดใหญ่ซีอาน
      แผ่นจารึกหินในมัสยิดใหญ่ซีอาน
      แผ่นจารึกหินในมัสยิดใหญ่ซีอาน

      ในลานที่ 2 ของมัสยิด มีป้ายหินจารึกข้อความจากจักรพรรดิถัง ฮ่องเต้หมิง และฮ่องเต้ชิง — ทุกองค์มีคำสั่งให้ “ปกป้องอิสลามและชาวมุสลิม” นี่คือหลักฐานว่าอิสลามได้รับการยอมรับในจีนมาตั้งแต่ต้น ไม่ใช่ศาสนาที่เข้ามาภายหลัง

      อาคารสไตล์จีนในมัสยิดใหญ่ซีอาน
      อาคารสไตล์จีนในมัสยิดใหญ่ซีอาน
      อาคารสไตล์จีนในมัสยิดใหญ่ซีอาน

      ลานที่สาม: หอเสิ่งซินโหลว (省心楼 / Retrospection Tower)

      กลางลานที่สามคือใจกลางของมัสยิด ที่นี่คือ “หอสำรวจใจ” หรือ เซิ่งซินโหลว (省心楼 / Shengxin Tower) หอแปดเหลี่ยมหลังคาสองชั้น เดิมทีใช้สำหรับผู้ดูแล (Imam) เรียกรวมพลผู้ศรัทธามาละหมาด ส่วนชื่อ “สำรวจใจ” ก็ชวนให้เราหยุดคิดทบทวนตัวเองก่อนเข้าสู่ลานศักดิ์สิทธิ์ด้านใน ลานนี้ยังมีสระน้ำและบ่อน้ำโบราณสำหรับทำพิธีชำระร่างกายก่อนละหมาดอีกด้วย

      ป้ายข้อมูลหอคอยรีทโรสเปคชัน มินาเร็ตในซีอาน.
      ป้ายข้อมูลหอคอยรีทโรสเปคชัน มินาเร็ตในซีอาน พร้อมคำอธิบายเป็นภาษาอังกฤษและภาษาอื่น.
      หอสำรวจใจ" หรือ เซิ่งซินโหลว (省心楼 / Shengxin Tower)
      หอสำรวจใจ” หรือ เซิ่งซินโหลว (省心楼 / Shengxin Tower)

      ลานที่สี่: ศาลาฟีนิกซ์และหอละหมาด (凤凰亭・礼拜殿 / Phoenix Pavilion & Prayer Hall)

      ลานสุดท้ายคือลานที่งดงามและศักดิ์สิทธิ์ที่สุด กลางลานมี ศาลาเฟิ่งหวง (凤凰亭 / Phoenix Pavilion) ศาลาทรงหกเหลี่ยมสามหลังคาที่เชื่อมต่อกัน มองไกลๆ คล้ายนกฟีนิกซ์กำลังกางปีก เตรียมโผบิน รายล้อมด้วยสวนหินและต้นไม้ดัดที่จัดอย่างประณีต

      ศาลาเฟิ่งหวง (凤凰亭 / Phoenix Pavilion) ศาลาทรงหกเหลี่ยมสามหลังคาที่เชื่อมต่อกัน มองไกลๆ คล้ายนกฟีนิกซ์กำลังกางปีก เตรียมโผบิน รายล้อมด้วยสวนหินและต้นไม้ดัดที่จัดอย่างประณีต
      [เครดิตภาพ: www.wikipedia.org chensiyuan, CC BY-SA 4.0] ศาลาเฟิ่งหวง (凤凰亭 / Phoenix Pavilion)
      ประตูทางเข้าหอละหมาด (礼拜殿 / Prayer Hall) ของมัสยิดใหญ่ซีอาน
      ประตูทางเข้าหอละหมาด (礼拜殿 / Prayer Hall) ของมัสยิดใหญ่ซีอาน

      และเบื้องหลังศาลาคือ หอละหมาด (礼拜殿 / Prayer Hall) อาคารหลังใหญ่ที่สุดของมัสยิด หลังคาซ้อนชั้นสง่างาม ภายในตกแต่งด้วยโทนสีน้ำเงินคราม เพดานมีลวดลายไม้สลัก 600 ภาพ และโคมไฟแก้วโบราณ ผนังวาดลายดอกไม้และอักษรอาหรับวิจิตรเต็มพื้นที่ รองรับผู้ละหมาดได้ราว 1,000 คนในเวลาเดียวกัน อนุญาตให้เฉพาะมุสลิมเท่านั้นที่เข้าได้ นักท่องเที่ยวชมได้แค่บริเวณภายนอก

      หอละหมาด (礼拜殿 / Prayer Hall) ของมัสยิดใหญ่ซีอาน
      หอละหมาด (礼拜殿 / Prayer Hall) ของมัสยิดใหญ่ซีอาน

      ข้อควรปฎิบัติในการเข้าชม (Etiquette & Practical Tips)

      มัสยิดใหญ่ซีอานไม่ใช่แค่สถานที่ท่องเที่ยว แต่เป็น ศาสนสถานที่ใช้งานจริง การเที่ยวอย่างเคารพจะช่วยให้ทั้งเราและชุมชนมีความสุข ข้อควรรู้คือ

      • การแต่งกาย: สุภาพ ปกคลุมไหล่และเข่า ทั้งสุภาพสตรีและสุภาพบุรุษ
      • หอละหมาด: ผู้ที่ไม่ใช่มุสลิมเข้าชมได้เฉพาะบริเวณลานภายนอก ห้ามเข้าไปในหอละหมาด
      • อาหารและเครื่องดื่ม: ห้ามนำหมูและแอลกอฮอล์เข้าไปในเขตมัสยิด และไม่ควรนำอาหารจากนอกย่านเข้าร้านฮาลาล
      • การถ่ายภาพ: ถ่ายอาคารและบรรยากาศได้ แต่ขออนุญาตก่อนถ่ายบุคคลเสมอ และงดถ่ายผู้กำลังละหมาด
      • ความเงียบ: พูดเสียงเบาในเขตมัสยิด ปิดเสียงโทรศัพท์
      • วันศุกร์: มัสยิดจะแน่นเป็นพิเศษ หากต้องการความสงบ ให้เลี่ยงวันนี้
        ข้อมูลมัสยิดใหญ่ซีอานถนนมุสลิม
        เวลาเปิด-ปิด08:00–21:00 (เม.ย.–ต.ค.) / 08:00–18:00 (พ.ย.–มี.ค.)เปิดทั้งวัน คึกคักสุด 17:00–23:00
        ค่าเข้าชม25 หยวน (ไฮซีซัน) / 15 หยวน (Low Season)
        ฟรี อายุ 65+ / เด็ก ≤1.2 ม.
        ฟรี
        เวลาแนะนำเช้าตรู่ (คนน้อย แสงสวย) 45–60 นาทีเย็น–ค่ำ (ไฟสวย ของกินครบ) 60–90 นาที
        การเดินทางเดิน 5–10 นาที จากหอกลอง เข้าทางตรอกฮั่วเจว๋ / รถไฟใต้ดินสถานีหอกลองหรือหอระฆังเดินต่อจากมัสยิดได้ทันที

        ถนนมุสลิม – หุยหมิงเจีย (回民街 / Muslim Quarter)

        ถนนมุสลิมในซีอานเต็มไปด้วยร้านค้าและนักท่องเที่ยว.
        ถนนมุสลิมในซีอานเต็มไปด้วยร้านค้าและนักท่องเที่ยวในบรรยากาศคึกคัก

        ออกจากประตูมัสยิดมาอีกด้าน เพื่อนๆ จะหลุดเข้าสู่โลกที่ต่างสุดขั้ว ถนนเป่ยเยวี่ยนเหมิน (北院门 / Beiyuanmen) ถนนสายหลักที่ทอดยาวจากหลังหอกลองขึ้นไปทางเหนือ คือจุดที่คึกคักที่สุดของย่าน สองข้างทางเต็มไปด้วยร้านเนื้อย่างไม้ใหญ่ๆ ที่ควันลอยเป็นสาย ร้านขนมถั่ว ร้านทับทิมคั้นสด โคมไฟสีแดงแขวนเรียงราย ให้บรรยากาศคึกคักแบบที่เรียกได้ว่า “ถึงขั้นเบียดเสียด” ในช่วงไพรม์ไทม์ (เย็น-ค่ำ)

        ถนนสายช็อปปิ้งในย่านมุสลิมของซีอานเต็มไปด้วยผู้คนและป้ายร้านค้าสีสันสดใส.
        ภาพถนนมุสลิมในซีอานเต็มไปด้วยผู้คนและป้ายร้านค้าสีสันสดใสในบรรยากาศคึกคัก.
        ถนนมุสลิมในซีอานเต็มไปด้วยผู้คนและร้านค้าสีสันสดใส.
        ซอยซีหยางซื่อ (西羊市)
        ถนนมุสลิมในซีอานที่เต็มไปด้วยร้านค้าและนักท่องเที่ยวในบรรยากาศคึกคักตลอดทั้งวัน
        แผงขายขนมหวานและเครื่องดื่มในตลาดมุสลิม
        แผงขายอาหารในย่านมุสลิมของซีอาน.

        เมนูแนะนำที่ต้องลอง (ฉบับคัดสรร)

        ถนนมุสลิมมีร้านกว่า 300 ร้าน นอกจากเมนูหนักๆ แล้ว ตามตรอกซอกซอยยังเต็มไปด้วยของว่างที่ช่วยชีวิตจากอากาศร้อนและเพิ่มความสดชื่นระหว่างเดินเที่ยวได้อีกด้วย

        ถนนมุสลิมในซีอานเต็มไปด้วยผู้คนในยามค่ำคืน.
        • โร่วเจียหมัว (肉夹馍 / Roujiamo) – เนื้อวัวหรือเนื้อแกะตุ๋นเครื่องเทศจนเปื่อย สับละเอียด ยัดเข้าขนมปังกรอบนอกนุ่มใน เรียกติดปากว่า “แฮมเบอร์เกอร์จีน” ความจริงแล้วของดั้งเดิมในย่านนี้เป็น เนื้อแกะ ไม่ใช่หมู เพราะเป็นย่านมุสลิม แต่เดี๋ยวนี้มีหลายร้านขายทั้งสองแบบให้เลือก (8–12 ¥)
        โรวเจียหมัว (肉夹馍) แฮมเบอร์เกอร์สไตล์จีนแห่งซีอาน ขนมปังย่างยัดไส้เนื้อตุ๋นสับผสมผักชี
        โรวเจียหมัว (肉夹馍) แฮมเบอร์เกอร์สไตล์จีนแห่งซีอาน ขนมปังย่างยัดไส้เนื้อตุ๋นสับผสมผักชี
        • หยางโรว่เพ่าโม (羊肉泡馍 / Yangrou Paomo) – ซุปเนื้อแกะแห่งเส้นทางสายไหมที่คนกินต้องลงมือฉีกขนมปังเองทุกชิ้น ก่อนส่งให้พ่อครัวนำไปต้มในน้ำซุปข้นขาวร้อนฉ่า เสิร์ฟคู่กระเทียมดองน้ำตาลคือคู่บุญที่ขาดไม่ได้ เป็นเมนูที่สนุกและอร่อยไปพร้อมกัน (30–50 ¥)
        หยางโรว่เพ่าโม (Yangrou Paomo / 羊肉泡馍) – ซุปเนื้อแกะแห่งเส้นทางสายไหมที่คนกินต้องลงมือฉีกขนมปังเองทุกชิ้น ก่อนส่งให้พ่อครัวนำไปต้มในน้ำซุปข้นขาวร้อนฉ่า เสิร์ฟคู่กระเทียมดองน้ำตาลคือคู่บุญที่ขาดไม่ได้
        หยางโรว่เพ่าโม (Yangrou Paomo / 羊肉泡馍)
        • เนื้อย่างเสียบไม้ (烤肉串 / Kaorou Chuan) – ไม้ใหญ่เท่าท่อนแขน หมักยี่หร่าและพริกป่น ย่างไฟถ่านหอมฟุ้ง เดินกินไปชมไปคือวัฒนธรรมของย่านนี้
        อาหารปิ้งย่างและเนื้อย่างบนเตาย่างในตลาดจีน.
        • เหลียงผี (Liangpi / 凉皮) – เส้นแป้งเย็นเหนียวนุ่มราดซอสพริกน้ำมันและน้ำส้มสายชูหมัก หรือซอสงาขาว หอมมัน เปรี้ยวเผ็ดสดชื่น กินคู่กับถั่วงอก กินแล้วสดชื่นหายร้อน เหมาะตัดเลี่ยนที่สุด (10–15 ¥)
        บะหมี่ซีอานเสิร์ฟพร้อมผักและเครื่องปรุงรส.
        เหลียงผี (Liangpi / 凉皮)
        • กวนทังเจิงเจี่ยว (灌汤蒸饺 / Guantang Zhengjiao) – เกี๊ยวซดนึ่งไส้เนื้อแกะ (คล้ายเสี่ยวหลงเปา) น้ำซุปอยู่ข้างในกัดแล้วพุ่ง ต้องระวังร้อนนิดนึง แต่อร่อยจนต้องสั่งเพิ่ม
        เสี่ยวหลงเปาในช้อนพร้อมตะเกียบและอาหารจีนในพื้นหลัง.
        กวนทังเจิงเจี่ยว (灌汤蒸饺 / Guantang Zhengjiao)
        • เจิงเกา (甑糕 / Jinggao) – ข้าวเหนียวนึ่งพุทราและถั่วแดงในหม้อดินโบราณ “เจิง” หอมหวานนุ่มละมุน มักขายตอนเช้า เห็นคนต่อคิวเมื่อไหร่ ให้ต่อคิวตามทันที (5–8 ¥)
        อาหารจีนดั้งเดิมในซีอานพร้อมรสชาติเข้มข้น.
        เจิงเกา (甑糕 / Jinggao)
        • หนิวหน่ายจีตั้นเหลาเจา (Niunai Jidan Laocao / 牛奶鸡蛋醪糟) – นมร้อนต้มเหล้าข้าวหมัก ใส่ไข่ กงจี๋ และงา หอมหวานอุ่นท้อง เมนูดังประจำย่านที่คิวร้านดังยาวมาก
        หนิวหน่ายจีตั้นเหลาเจา (Niunai Jidan Laocao / 牛奶鸡蛋醪糟)
        หนิวหน่ายจีตั้นเหลาเจา (Niunai Jidan Laocao / 牛奶鸡蛋醪糟)
        • หวงกุ้ยซื่อจื่อปิ่ง (Huanggui Shizi Bing / 黄桂柿子饼) – ขนมแป้งลูกพลับทอดไส้หอมดอกหอมหมื่นลี้ กรอบนอกไส้หนึบ หวานกำลังดี (3–5 ¥)
        หวงกุ้ยซื่อจื่อปิ่ง (Huanggui Shizi Bing / 黄桂柿子饼)
        หวงกุ้ยซื่อจื่อปิ่ง (Huanggui Shizi Bing / 黄桂柿子饼)
        • ซวนเหมยถัง (酸梅汤 / Suanmeitang) น้ำบ๊วยหวานเย็น – น้ำบ๊วยต้มสมุนไพร เสิร์ฟแบบใส่น้ำแข็ง รสเปรี้ยวอมหวาน ดับกระหาย ช่วยตัดเลี่ยนจากเนื้อแกะและของทอดได้ดีเยี่ยม (5–10 ¥)
        ซวนเหมยถัง (酸梅汤 / Suanmeitang) น้ำบ๊วยหวานเย็น
        ซวนเหมยถัง (酸梅汤 / Suanmeitang) น้ำบ๊วยหวานเย็น

        💡 เคล็ดไม่ลับ: หากเดินบนถนนหลัก เป่ยเยวี่ยนเหมิน (北院门) มักเจอแต่ร้านที่พนักงานตะโกนเรียกลูกค้า ให้เลี้ยวเข้าซอยย่อย เช่น ซอยซีหยางซื่อ (西羊市) หรือซอยต้าผีเยวี่ยน (大皮院) จะเจอร้านที่คนท้องถิ่นกินจริง ราคาถูกกว่า 30-50% และรสชาติดีกว่า


        เปียงเปียงเมี่ยน (Biangbiang 面): เส้นบะหมี่ที่กว้างเท่าเข็มขัด

        หากเดินผ่านร้านอาหารท้องถิ่นในซีอาน แล้วได้ยินเสียง “เปี๊ยก! เปี๊ยก!” ดังเป็นจังหวะจากในครัว อย่าตกใจ เพราะนั่นไม่ใช่เสียงทะเลาะวิวาท แต่เป็นเสียงของพ่อครัวที่กำลัง “ฟาด” ก้อนแป้งลงบนโต๊ะไม้เพื่อไล่ฟองอากาศและทำให้แป้งเหนียวนุ่ม เสียงนี้แหละครับที่กลายมาเป็นชื่อของเมนู Biangbiang 面

        เปี๋ยงเปี๋ยงเมี่ยน คือบะหมี่ทำมือขึ้นชื่อจากมณฑลส่านซี ประเทศจีน มีลักษณะเด่นคือเส้นกว้างและยาวมากจนได้ฉายาว่า บะหมี่เข็มขัด (Belt noodles) ราดด้วยน้ำมันพริกร้อนๆ กระเทียม และต้นหอม และมีชื่อเสียงจากตัวอักษรจีนคำว่า Biang ที่ซับซ้อนที่สุดถึง 58 ขีด (ราคา 15–25 ¥)

        ก๋วยเตี๋ยวเส้นใหญ่รสจัดจ้านในชามพร้อมเครื่องเคียง.
        ก๋วยเตี๋ยวเส้นใหญ่รสจัดจ้านในชามพร้อมเครื่องเคียงและผักสด.

        ตัวอักษรจีนที่ซับซ้อนและเขียนยากที่สุดจนเคยไม่มีในคอมพิวเตอร์

        เกร็ดความรู้: นอกจากความสนุกของเสียงแล้ว เมนูนี้ยังมีตัวอักษร “𰻞” (Biang) ที่ซับซ้อนถึง 58 ขีด จนไม่ถูกบรรจุในพจนานุกรมมาตรฐานและแป้นพิมพ์คอมพิวเตอร์มานานหลายสิบปี (เพิ่งถูกเพิ่มใน Unicode ช่วงหลัง) คนท้องถิ่นมีบทกลอนช่วยจำวิธีเขียนตัวอักษรนี้ ซึ่งสะท้อนถึงวัตถุดิบและขั้นตอนการทำ หากไปร้านดั้งเดิม ลองมองหาตัวอักษรนี้ที่เขียนด้วยพู่กันแปะไว้บนผนังดู

        📸 ป้ายร้านเปียงเปียงเมี่ยนในซีอาน “陝西𰻝𰻝麵” เเปลว่า “ก๋วยเตี๋ยวเปียงเปียงสไตล์ส่านซี (Shaanxi Biangbiang Mian)”

        ป้ายร้านเปียงเปียงเมี่ยนในซีอาน "陝西𰻝𰻝麵" เเปลว่า "ก๋วยเตี๋ยวเปียงเปียงสไตล์ส่านซี (Shaanxi Biangbiang Mian)"
        สองตัวอักษรสีเหลืองกลางป้ายคือตัว “Biang” (biáng) อักษร 58 ขีดที่ซับซ้อนที่สุดในภาษาจีน
        อักษรอาหรับบนผนังมัสยิดใหญ่ซีอานในเส้นทางสายไหม.
        [Credit: jeenthainews.com] ตัวอักษรจีน Biang แบบตัวเต็มและตัวย่อ

        วิธีสั่งให้เหมือนคนท้องถิ่น (Ordering Guide)

        เนื่องจากเส้นมีหลายแบบและปรับแต่งได้ การรู้คำศัพท์เหล่านี้จะช่วยให้ได้ชามที่ตรงใจที่สุด:

        คำศัพท์พินอินความหมายคำแนะนำ
        宽面Kuān miànเส้นกว้าง (มาตรฐาน)แนะนำสำหรับครั้งแรก เคี้ยวสนุก
        细面Xì miànเส้นเล็ก/กลมเหมาะกับคนไม่ชอบเคี้ยวแป้งหนึบๆ
        微辣Wēi làเผ็ดน้อยคนไทยส่วนใหญ่ควรสั่งระดับนี้ เพราะพริกส่านซีหอมแต่แอบเผ็ดร้อนตอนหลัง
        免辣Miǎn làไม่ใส่พริกเลยสั่งได้ แต่จะเสียอรรถรสของเมนูไปนิด
        多加醋Duō jiā cùขอเพิ่มน้ำส้มสายชูดำช่วยตัดเลี่ยนและเพิ่มความนัว (แนะนำ!)
        บะหมี่จีนในชามสไตล์ดั้งเดิมพร้อมผักและซอส.
        [Credit: jeenthainews.com]

        Senior-Friendly & Practical Tips:

        • ⚠️ ความแออัด: ช่วง 18:00–20:00 น. คนแน่นมาก อาจทำให้ผู้สูงวัยอึดอัด แนะนำให้ไปช่วง 15:00–16:30 น. หรือ หลัง 21:00 น.
        • ⚠️ เสียงดัง: พนักงานตะโกนเรียกลูกค้า เป็นวัฒนธรรมปกติ ไม่ใช่ความก้าวร้าว
        • จุดพัก: มีร้านน้ำชา (茶馆) หลายแห่งในซอยย่อย ให้นั่งพักและจิบชาได้
        • ห้องน้ำ: ในห้างสรรพสินค้า Kaiyuan (ใกล้หอระฆัง) มีห้องน้ำสะอาด ดีกว่าห้องน้ำสาธารณะในถนน
        • การชำระเงิน: ทุกร้านรับ Alipay/WeChat แต่ควรมีเงินสดย่อย (1, 5, 10 หยวน) ติดตัว เพราะบางร้านไม่ทอนเงินดิจิทัล

        ตัวอย่างแผนเที่ยวครึ่งวัน: มัสยิดใหญ่เเห่งซีอาน + ถนนมุสลิม

        เวลากิจกรรมหมายเหตุ
        14:00–15:00เดินจากหอกลองเข้าซอยซอยฮวาเจว่ (化觉巷) → มัสยิดใหญ่เงียบสงบ ร่มเย็น
        15:00–16:00ชม 4 ลาน + หอเซิ่งซินโหลว (省心楼)+ ถ่ายรูปไม่เร่งรีบ
        16:00–16:30ออกจากมัสยิด → เข้าถนนมุสลิมซอย 大皮院เลี่ยงถนนหลัก
        16:30–17:30ทานอาหารเย็นร้าน 老米家 หรือ 贾三คนน้อยกว่าช่วงพีค
        17:30–18:00แวะร้านน้ำชาในซอยพักBuffer Time
        18:00–19:00เดินเล่นถนนหลักดูบรรยากาศหรือกลับโรงแรมหากเหนื่อย
        19:00–19:30ถ่ายรูปหอกลอง-หอระฆังยามเปิดไฟมุมคลาสสิกจากถนน เป่ยเยวี่ยนเหมิน (北院门)
          หอกลองซีอานในเวลากลางคืน
          หอกลองซีอานในเวลากลางคืน
          หอระฆังซีอานในเวลากลางคืน
          หอระฆังซีอานในเวลากลางคืน

          บทส่งท้าย: มากกว่าแค่ที่เที่ยว

          มัสยิดใหญ่ซีอานและถนนมุสลิมไม่ใช่แค่ “แลนด์มาร์กที่ต้องเช็คอิน” แต่คือหลักฐานที่มีชีวิตว่า ซีอานเคยเป็นศูนย์กลางของโลก ที่พ่อค้าจากเปอร์เซีย อาหรับ ญี่ปุ่น เกาหลี มาพบกัน แลกเปลี่ยนสินค้า ศาสนา และวัฒนธรรม

          การเดินผ่าน 4 ลานของมัสยิด แล้วออกมาเจอกลิ่นเครื่องเทศบนถนนมุสลิม คือการสัมผัส “จังหวะชีวิตของเส้นทางสายไหม” ที่ยังคงเต้นอยู่ในเมืองนี้มากว่า 1,280 ปี..

          \O.O/

        • [จีน] หอระฆังและหอกลองซีอาน (Bell Tower & Drum Tower) – จังหวะชีวิต 600 ปีกลางใจเมือง

          [จีน] หอระฆังและหอกลองซีอาน (Bell Tower & Drum Tower) – จังหวะชีวิต 600 ปีกลางใจเมือง

          เมื่อพูดถึงการเที่ยวซีอาน คนส่วนใหญ่มักนึกถึงกองทัพทหารดินเผาหรือเจดีย์ห่านป่าใหญ่เป็นอันดับแรก แต่หากเราลองถามคนซีอานท้องถิ่นว่า “อะไรคือจิตวิญญาณของเมืองนี้?” คำตอบที่ได้มักจะเป็นสิ่งก่อสร้างสามชิ้นที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองมาหกร้อยกว่าปี: หอระฆัง (钟楼 / Bell Tower), หอกลอง (鼓楼 / Drum Tower) และ กำแพงเมืองซีอาน (西安城墙 / Xi’an City Wall)

          ทั้งสามไม่ได้เป็นแค่โบราณสถานให้ถ่ายรูปเช็คอิน แต่คือ “ระบบปฏิบัติการ” ที่ทำให้ซีอานทำงานเป็นเมืองมาตั้งแต่สมัยราชวงศ์หมิง (明) — หอระฆังกับหอกลองเป็นระบบบอกเวลา ส่วนกำแพงเป็นระบบป้องกัน — ทำงานร่วมกันอย่างลงตัว: เช้าตีระฆังเปิดประตูเมือง เย็นตีกลองปิดประตูเมือง

          วันนี้ทั้งสามยังคงยืนหยัดอยู่ท่ามกลางตึกระฟ้าและแสงสีนีออน และเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีที่สุดในการทำความเข้าใจจังหวะชีวิตของเมืองที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 3,000 ปี

          หอระฆังซีอานในยามค่ำคินที่เปิดไฟสวยงาม
          หอระฆังซีอานในยามค่ำคินที่เปิดไฟสวยงาม

          เรื่องเล่าที่ทำให้แลนด์มาร์คนี้ “มีชีวิต”

          ก่อนจะออกเดินทาง การรู้เรื่องราวเบื้องหลังจะทำให้การเดินชมโบราณสถานสนุกขึ้นมาก เพราะซีอานไม่ใช่แค่ซากอิฐเก่า แต่คือเมืองที่มีเรื่องราวเล่าขานที่น่าสนใจ

          (1) กำแพงเมืองรอดมาได้ยังไง

          ในปี 1958 สมัยปฏิวัติวัฒนธรรม กำแพงเมืองซีอานเกือบถูกรื้อทิ้งเพราะมีคำสั่งจากส่วนกลางว่า “รื้อกำแพงทิ้ง เอาอิฐไปสร้างโรงงาน” (หลายเมืองในจีนทำไปแล้ว เช่น หนานจิง, ฉางซา) แต่นายพลจ้าว โช้วซาน ผู้ว่าเมืองคนเก่า ร่วมกับ สี จงซวิน ได้ออกคำสั่งระงับการรื้อถอนอย่างเด็ดขาด การตัดสินใจของท่านคือเหตุผลหลักที่ทำให้ซีอานยังคงมีกำแพงเมืองโบราณที่สมบูรณ์ที่สุดในจีนหลงเหลืออยู่

          💡 ทำไมเรื่องนี้สำคัญ: เมื่อเราขึ้นไปยืนบนกำแพงเมือง เราจะไม่ได้เห็นแค่อิฐเก่า แต่จะเห็นความตั้งใจของคนรุ่นก่อนที่เลือกเก็บรักษาไว้ การเดินหรือปั่นจักรยานบนกำแพงจึงเป็นการสัมผัสประวัติศาสตร์ที่มีชีวิต (อ่านเต็มๆ ได้ในบทความ 🏯 กำแพงเมืองซีอาน: เดินบนประวัติศาสตร์ 13.7 กม.)

          ภาพหอระฆังและกำแพงเมืองซีอานในเมืองเก่า
          บรรยากาศคึกคักบนกำแพงเมืองซีอาน

          (2) หอระฆังที่ “เดินได้”

          หอระฆังซีอานที่ตั้งตระหง่านอยู่กลางเมืองทุกวันนี้ ไม่ได้อยู่ตรงนี้มาแต่แรก แต่ถูกสร้างในปี 1384 ที่อีกฝั่งของเมือง ผ่านไป 198 ปี เมืองขยายตัว เลยต้องย้ายหอระฆังทั้งหลังมาทางตะวันออก 1 กิโลเมตร โดยถอดชิ้นส่วนไม้มาประกอบใหม่ เปลี่ยนแค่ฐานอิฐ — 600 ปีก่อนทำได้ยังไง? ไม่มีใครรู้แน่ชัด มีแค่จารึก《钟楼东迁歌》(เพลงย้ายหอระฆังไปตะวันออก) ปรากฎอยู่ภายในหอ

          (3) ระฆังก้องฟ้า กลองสะท้านดิน

          ทุกเช้าในยุคโบราณ เสียงระฆังจากหอระฆังดังขึ้นปลุกผู้คนให้ตื่น เปิดประตูเมืองเริ่มต้นวันใหม่ ส่วนทุกเย็น เสียงกลองจากหอกลองก็ดังก้อง ปิดประตูเมืองเป็นสัญญาณสิ้นสุดวันทำงาน สำนวนจีน ‘晨钟暮鼓’ (เฉินจงมู่กู่ — ระฆังเช้า กลองเย็น) จึงกลายเป็นคำเปรียบเปรยถึงชีวิตที่มีระเบียบ รู้จังหวะเวลา และซีอานเองก็เป็นเมืองที่ดำเนินมาอย่างมีจังหวะของมันตลอดมา


          หอระฆังซีอาน (钟楼 / Bell Tower)

          หอระฆังเมืองซีอาน สถาปัตยกรรมจีนโบราณที่สวยงาม
          หอระฆังเมืองซีอาน สถาปัตยกรรมจีนโบราณที่สวยงาม

          หอระฆังมีความสูง 36 เมตร (จากพื้นถึงยอดทองคำ) รูปแบบสถาปัตยกรรมเป็นแบบสามชั้นชายคา (重檐三滴水) และยอดสี่เหลี่ยม (四角攒尖) หลังคากระเบื้องสีเขียวเข้มตัดกับตัวอาคารไม้เขียนลายสีและปิดทองทั้งภายใน

          วิวจากด้านบนคือจุดศูนย์กลางทางภูมิศาสตร์ของเมือง เราจะมองเห็นถนนสี่สาย (ตะวันออก, ตะวันตก, ใต้, เหนือ) พุ่งตรงมาบรรจบกันที่หอแห่งนี้ เหมือนเข็มนักเรียนที่กำลังชี้ทิศทางการเติบโตของเมืองซีอาน

          ภาพถ่ายมุมสูงของหอระฆังและหอกลองซีอานในเวลากลางคืน.
          [เครดิตภาพ: www.baidu.com]

          📌 รู้ไหมว่า… ระฆังที่แขวนในหอนี้คือ จิ่งหยุนจง (景云钟 / Jǐngyún Zhōng) หล่อในปี ค.ศ. 711 สมัยราชวงศ์ถัง ปัจจุบันระฆังต้นฉบับถูกเก็บรักษาไว้ที่ พิพิธภัณฑ์ป่าศิลาจารึกซีอาน (西安碑林博物馆 / Beilin Museum) ตัวที่แขวนอยู่บนหอคอยเป็นของจำลองที่หล่อใหม่ในปี 1997

          หอระฆังและหอกลองซีอานในเมืองจีน ภาพถ่ายท้องถนนและอาคารโบราณ.

          บทบาทในประวัติศาสตร์ยุคใหม่

          หอระฆังซีอาน ไม่ได้มีแค่หน้าที่บอกเวลา —

          • ในช่วง ปฏิวัติซินไฮ่ (1911) เคยเป็นที่ตั้งกองทัพชิง (清)
          • ในปี 1927 — โรงภาพยนตร์เสียงแห่งแรกของซีอานเปิดที่นี่
          • สงครามจีน-ญี่ปุ่น — ใช้เป็นหอสังเกตการณ์ สำหรับเตือนภัยทางอากาศ
          • ปัจจุบัน — ใช้เป็นพลับพลา ในวันชาติและวันแรงงาน

          หอกลองซีอาน (西安鼓楼 – Gǔlóu / Drum Tower)

          หอกลองซีอานสถาปัตยกรรมจีนโบราณและวิวเมืองใหม่ในพื้นหลัง
          หอกลองซีอาน

          ตั้งอยู่ห่างออกไปประมาณ 200 เมตรทางตะวันตกเฉียงเหนือ สร้างในปี 1380 (ก่อนหอระฆัง 4 ปี) จุดเด่นคือมี กลองเหวินเทียน (闻天 / Wén Tiān) ซึ่งเคยได้บันทึก Guinness World Record ว่าเป็นกลองที่ใหญ่ที่สุดในโลก (ปี 1997) สูง 1.8 ม. หน้ากลองทำจากหนังวัวทั้งสองแผ่น นอกจากนี้ยังมีกลองเล็ก 24 ใบรอบอาคาร สลักชื่อ 24 ฤดูกาลตามจันทรคติจีน

          ด้านนอกสามารถถ่ายรูปได้สวยจาก ถนนไป่เยี้ยนเหมิน (北院门 / Beiyuanmen) ซึ่งเป็นทางเข้าตลาดมุสลิม (回民街 / Muslim Quarter) ที่เป็นมุมยอดนิยมของช่างภาพ

          หอกลองซีอานในเวลากลางคืน
          หอกลองซีอานในเวลากลางคืน

          จตุรัสหอระฆัง (钟楼广场 / Zhonglou Square)

          หอระฆังและหอกลองซีอานในจัตุรัสกลางเมือง.
          ภาพหอระฆังและหอกลองซีอานในจัตุรัสกลางเมืองที่เต็มไปด้วยผู้คน.

          จตุรัสนี้ไม่ใช่แค่ลานโล่งๆ แต่เป็น “หัวใจ” ของซีอานสมัยใหม่ ด้านล่างเป็น ศูนย์การค้าใต้ดิน (钟楼地下通道) ที่เชื่อมทางเดินไปทั้ง 4 ทิศ — ออกไปทางตะวันออกจะเจอห้างไคหยวน, ทางตะวันตกเจอหอกลองและถนนไป่เยี้ยนเหมิน (北院门), ทางเหนือเจอย่านธุรกิจ, ทางใต้เดิน 15 นาทีถึงกำแพงเมือง

          ผู้คนเดินผ่านทางเข้าใต้หอระฆังและหอกลองซีอานในเมืองจีน.
          ภาพแสดงผู้คนเดินผ่านทางเข้าใต้หอระฆังและหอกลองซีอานในเมืองจีน.
          ภาพกลางคืนของจัตุรัสในเมืองซีอานพร้อมอาคารสไตล์จีนโบราณและหอระฆังในพื้นหลัง.
          จัตุรัสในเมืองซีอานที่เต็มไปด้วยผู้คนและอาคารสไตล์จีนโบราณในยามค่ำคืน.

          มุมลับๆ ที่คนมักมองข้าม: จตุรัสฝั่งตะวันออกและห้างไคหยวน

          ห้างไคหยวน ตั้งตระหง่านอยู่ตรงมุมตะวันออกของจตุรัสหอระฆัง
          ห้างไคหยวน ตั้งตระหง่านอยู่ตรงมุมตะวันออกของจตุรัสหอระฆัง

          เพื่อนๆส่วนใหญ่ที่มาหอระฆัง มักจะถ่ายรูปจากมุมสี่แยกแล้วเดินต่อเลย แต่รู้ไหมว่าฝั่งตะวันออกของจตุรัสมี “อัญมณีที่ถูกลืม” ซ่อนอยู่ — นั่นคือ ห้างไคหยวนซีอาน (西安开元商城 / Xi’an Kaiyuan Shopping Mall)

          ห้างนี้ไม่ใช่ห้างหรูแบบ SKP แต่มันคือ “ห้างประจำครอบครัว” ของคนซีอาน เปิดมาตั้งแต่ยุค 90s ทุกวันนี้คนซีอานยังมาซื้อของที่นี่ เพราะทำเลดีที่สุดในเมือง — ออกมาก็เจอหอระฆังเลย

          ห้างไคหยวนมี “ชั้นใต้ดิน” ที่เชื่อมกับสถานี Metro หอระฆัง (钟楼站) โดยตรง วันฝนตกหรืออากาศร้อน เราสามารถเดินจาก Metro เข้าห้างได้โดยไม่ต้องขึ้นไปข้างบนเลย — สะดวกมากสำหรับผู้สูงวัยหรือครอบครัวที่มีเด็กเล็ก

          📌 รู้ไหมว่า… ชื่อ “ไคหยวน (开元)” ของห้างนี้ไม่ได้ตั้งมาเฉยๆ — ที่ดินผืนนี้ในสมัยราชวงศ์ถังเคยเป็นวัดชื่อว่า “วัดไคหยวน (开元寺)” มาก่อน ดังนั้นเวลาที่เรายืนอยู่ในห้าง เรากำลังยืนอยู่บนแผ่นดินที่มีเรื่องราวซ้อนทับกันมากว่า 1,000 ปี

          ห้างร้านสมัยใหม่ในห้างไคหยวน
          ห้างร้านสมัยใหม่บนห้างไคหยวน

          📸 มุมลับบนชั้นดาดฟ้า: จุดถ่ายหอระฆังที่สวยที่สุด (และฟรี!)

          ถ้าเราเปิดโซเชียลจีนอย่าง Xiaohongshu แล้วเสิร์ชคำว่า “钟楼拍照” (ถ่ายรูปหอระฆัง) เกือบทุกโพสต์จะชี้มาที่เดียวกัน: ระเบียงชมวิวเปิดโล่งชั้น 5-8 ของห้างไคหยวน ที่คนจีนเรียกกันติดปากว่า “ไคหยวนเทียนไถ (开元天台 / Kaiyuan Rooftop)”

          จากระเบียงชั้น 5 ของห้างไคหยวน เราสามารถเห็นทั้งหอระฆังตรงหน้า และเหลียวซ้ายไปอีกนิดก็เห็นหอกลอง — สองผู้บอกเวลาแห่งราชวงศ์หมิงอยู่ในสายตาพร้อมกัน

          ที่นี่คือจุดเดียวในเมืองที่เราสามารถมองเห็นหอระฆังแบบ “มุมสูง ระยะใกล้ ไม่โดนบัง” โดยไม่ต้องเสียเงินสักหยวนเดียว

          ภาพมุมสูงของหอระฆังซีอาน (Bell Tower) หลังคาเขียว ยอดทอง ตั้งตระหง่านบนฐานหินกลางวงเวียนจราจร ล้อมรอบด้วยแปลงดอกไม้หลากสีเหลือง-แดง-เขียว รถยนต์และรถเมล์สีฟ้าวิ่งเวียนโดยรอบ มีอาคารเมืองเรียงรายเบื้องหลังภายใต้ท้องฟ้ามีเมฆ
          หอระฆังซีอานมุมสูงสัญลักษณ์แห่งการผสานอดีตกับปัจจุบัน ถ่ายจากลานชั้นบนของห้างไคหยวน
          ชั้นมุมที่ได้เหมาะกับ
          ชั้น 2ระเบียงกลางแจ้งระดับสายตาถ่ายภาพคนคู่กับหอระฆัง (Portrait) เห็นลายแกะสลักประตูไม้ชัด
          ชั้น 5มุมสูงปานกลาง เห็นหอระฆังเต็มองค์พร้อมวงเวียนด้านล่างภาพคลาสสิกสำหรับลงโซเชียล
          ชั้น 8มุมสูงกว้างที่สุดภาพหายาก: หอระฆัง + หอกลอง ในเฟรมเดียว!
          ภาพมุมสูงของหอระฆังซีอาน (Bell Tower) ในตอนกลางคืน ถ่ายจากชั้นบนของห้่งไคหยวน มองเห็นหอกลองอยู่ไม่ไกล
          ภาพมุมสูงของหอระฆังซีอานในตอนกลางคืน มองเห็นหอกลองอยู่ห่างออกไปไม่ไกล

          ตลาดกลางคืนและแหล่งช้อปปิ้ง

          คนซีอานมีคำพูดว่า “白天看历史, 晚上看生活” (กลางวันดูประวัติศาสตร์ กลางคืนดูชีวิต) — หมายความว่าถ้าอยากเห็นซีอานในมุม “คนท้องถิ่น” ต้องมาตอนกลางคืน

          ถนนหลัวหม่าซื่อ (骡马市步行街 / Luomashi Walking Street)

          จากหน้าห้างไคหยวน เดินเลียบถนนตงต้าเจีย (东大街 / Dongdajie) ไปทางตะวันออกไม่กี่ร้อยเมตร ก็จะเจอกับปากทางเข้า ถนนคนเดินหลัวหม่าซื่อ — ถนนคนเดินยาว 612 เมตรที่ทอดลงไปจรดถนนตงมู่โถวซื่อ (东木头市 / Dongmutoushi)

          ถนนคนเดิน Luomashi ในเมืองซีอาน, จีน.
          ถนน Luomashi ในซีอานเป็นแหล่งช็อปปิ้งและเดินเล่นยอดนิยมในเมือง.

          📌 รู้ไหมว่า… ชื่อ “หลัวหม่าซื่อ” แปลตรงตัวว่า “ตลาดลา-ม้า” เพราะในสมัยราชวงศ์หมิง บริเวณนี้คือตลาดค้าสัตว์พาหนะที่ใหญ่ที่สุดของเมือง ทุกวันนี้แม้ห้างใหม่ๆ จะผุดขึ้นทั่วเมือง แต่หลัวหม่าซื่อก็ปรับตัวกลายเป็นถนนของวัยรุ่นและสตรีทฟู้ด กลางวันเป็นร้านแฟชั่น พอตกค่ำรถเข็นและร้านเล็กๆ จะทยอยเปิดไฟ กลิ่นเต้าหู้เหม็น (臭豆腐 / Chou Doufu) ทอดร้อนๆ ลอยมาแต่ไกล

          ทางเข้าใต้ดินสถานีรถไฟฟ้า G1 ในเมืองจีน.
          ถ้ามาจากสถานีรถไฟใต้ดิน ให้เดินมาที่ทางออก G1 โผล่ขึ้นมาก้อถึงเลย
          ถนนในเมืองจีนเต็มไปด้วยตึกสูงและต้นปาล์ม.

          เกร็ดเล็กๆ: ตรอกและซอยรอบๆหอระฆังแทบทุกสาย ล้วนตั้งชื่อตามบันทึกการค้ายุคหมิง-ชิงที่ เช่น:

          • ตงมู่โถวซื่อ (东木头市) = “ตลาดไม้ตะวันออก” เคยเป็นตลาดค้าไม้สมัยหมิง-ชิง
          • อ้านป่านเจีย (案板街) = “ถนนเขียง” ตั้งชื่อตามร้านขายเขียงไม้ที่รวมตัวกันสมัยปลายหมิงต้นชิง
          • จูป่าซื่อ (竹笆市 / Zhubashi) = ตลาดเครื่องสานไม้ไผ่

          เวลาที่เพื่อนๆ เดินหลงเข้าตรอกเหล่านี้ตอนหัวค่ำ เห็นป้ายไฟร้านบะหมี่เก่าแก่ส่องสว่างบนกำแพงอิฐที่มีชื่อถนนว่า “ตลาดเขียง” เราจะเข้าใจทันทีว่าซีอานไม่ใช่เมืองที่ “อนุรักษ์ของเก่าไว้ในพิพิธภัณฑ์” แต่เป็นเมืองที่ใช้ชีวิตอยู่บนประวัติศาสตร์ของตัวเองทุกวัน

          อาหารท้องถิ่นที่ต้องลอง

          รอบๆ หอระฆังและห้างไคหยวน ไม่ได้มีแค่สตรีทฟู้ด แต่ชั้นใต้ดินและตรอกซอกซอยยังซ่อนร้านเด็ดไว้มากมาย บรรยากาศจะคึกคักมากในช่วงค่ำ:

          ร้านบะหมี่จีนในเมืองซีอานพร้อมป้ายและโคมไฟแดง.
          ร้านบะหมี่จีนในเมืองซีอานมีบรรยากาศแบบดั้งเดิมและป้ายไฟสีแดงสด.
          ร้านขายขนมจีนสดใหม่ในเมืองจีนพร้อมเมนูหลากหลาย.
          ร้านขายขนมจีนสดใหม่ในเมืองจีนพร้อมเมนูหลากหลายและบรรยากาศเป็นกันเอง.
          ร้านอาหารจีนขายอาหารจานด่วนในเมืองจีน.
          ร้านอาหารจีนขายอาหารจานด่วนพร้อมเมนูหลากหลายและภาพอาหารสดใส.
          • ปิงเฟิง (冰峰 / Bingfeng): น้ำส้มโซดาประจำเมืองซีอานที่ต้องดื่มแบบเย็นจัดเท่านั้น ขวดแก้วเปิดฝาดัง “ป๊อก” คือเสียงประกอบวัยเด็กของคนซีอาน
          • ร้านท้องถิ่นในตรอก: ลองเลี้ยวเข้าซอย หนานหลิวเซี่ยง (南柳巷) จะเจอร้านอย่าง จี้กังเร่หมี่ผี (志刚热米皮) เส้นข้าวเหนียวนุ่มราดน้ำมันพริก ราคาหลักสิบหยวนแต่อร่อยระดับตำนาน

          ***สำหรับอาหารฮาลาลและสตรีทฟู้ดแบบจัดเต็ม สามารถตามไปอ่านต่อได้ในบทความ 🕌 มัสยิดใหญ่ซีอาน + ตลาดมุสลิม ***

          ข้อมูลวางแผนเที่ยว

          ค่าเข้าชม:

          รายการหอระฆัง (钟楼)หอกลอง (鼓楼)
          ค่าเข้า30 หยวน30 หยวน
          ตั๋วคู่ (套票)50 หยวน (ประหยัด 10)50 หยวน (ประหยัด 10)
          เวลาเปิด (เม.ย.–ต.ค.)08:30–21:3008:30–21:00
          เวลาเปิด (พ.ย.–มี.ค.)08:30–18:0008:30–18:00
          เวลาที่แนะนำ30–45 นาที30–45 นาที

          การเดินทาง:

          • Metro สาย 2 / สาย 6: ลง สถานีหอระฆัง (钟楼站 / Zhonglou)
          แผนที่ทางเดินใต้ดินหอระฆังซีอาน (Bell Tower Underpass Direction) แสดงทางออกหมายเลข 1–9 ล้อมรอบวงเวียนหอระฆัง จุดสีแดง 'ท่านอยู่ที่นี่' แนวรถไฟฟ้าสาย 2 และ 6 รวมถึงแลนด์มาร์กสำคัญอย่างหอกลองและย่านมุสลิม พร้อมลูกศรชี้ทางออก 6 และ 8 ด้านบนของป้าย
          🗺️ แผนที่ทางเดินใต้ดินในสถานี Metro หอระฆังซีอาน
          ป้ายชื่อสถานีรถไฟใต้ดิน Zhonglou ในซีอาน
          ป้ายชื่อสถานีรถไฟใต้ดิน Zhonglou
          ทางเดินในสถานีรถไฟใต้ดินกว้างขวางพร้อมป้ายโฆษณาและผู้โดยสารเดินผ่าน.
          ภาพทางเดินในสถานีรถไฟใต้ดินที่เต็มไปด้วยผู้โดยสารและป้ายโฆษณาในเมืองจีน.
          • ทางเดินใต้ดิน: สถานีหอระฆังมีทางเดินใต้ดินเชื่อมระหว่างหอระฆัง-หอกลอง-ห้างไคหยวน ไม่ต้องข้ามถนนด้านบน เหมาะสำหรับผู้สูงวัยมากครับ

          การมาเยือนหอระฆังและหอกลองซีอาน ไม่ใช่แค่การมาเช็คลิสต์แลนด์มาร์ค แต่คือการมา “ฟัง” จังหวะของเมืองที่ดำเนินมาหลายร้อยปี จากเสียงระฆังยามเช้า สู่แสงไฟนีออนยามค่ำ และเสียงหัวเราะในตลาดกลางคืน

          📌 อ่านเพิ่มเติมในซีรีส์ Xi’an:

          \O.O/