เมื่อพูดถึงการเที่ยวซีอาน คนส่วนใหญ่มักนึกถึงกองทัพทหารดินเผาหรือเจดีย์ห่านป่าใหญ่เป็นอันดับแรก แต่หากเราลองถามคนซีอานท้องถิ่นว่า “อะไรคือจิตวิญญาณของเมืองนี้?” คำตอบที่ได้มักจะเป็นสิ่งก่อสร้างสามชิ้นที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองมาหกร้อยกว่าปี: หอระฆัง (钟楼 / Bell Tower), หอกลอง (鼓楼 / Drum Tower) และ กำแพงเมืองซีอาน (西安城墙 / Xi’an City Wall)
ทั้งสามไม่ได้เป็นแค่โบราณสถานให้ถ่ายรูปเช็คอิน แต่คือ “ระบบปฏิบัติการ” ที่ทำให้ซีอานทำงานเป็นเมืองมาตั้งแต่สมัยราชวงศ์หมิง (明) — หอระฆังกับหอกลองเป็นระบบบอกเวลา ส่วนกำแพงเป็นระบบป้องกัน — ทำงานร่วมกันอย่างลงตัว: เช้าตีระฆังเปิดประตูเมือง เย็นตีกลองปิดประตูเมือง
วันนี้ทั้งสามยังคงยืนหยัดอยู่ท่ามกลางตึกระฟ้าและแสงสีนีออน และเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีที่สุดในการทำความเข้าใจจังหวะชีวิตของเมืองที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 3,000 ปี

เรื่องเล่าที่ทำให้แลนด์มาร์คนี้ “มีชีวิต”
ก่อนจะออกเดินทาง การรู้เรื่องราวเบื้องหลังจะทำให้การเดินชมโบราณสถานสนุกขึ้นมาก เพราะซีอานไม่ใช่แค่ซากอิฐเก่า แต่คือเมืองที่มีเรื่องราวเล่าขานที่น่าสนใจ
(1) กำแพงเมืองรอดมาได้ยังไง
ในปี 1958 สมัยปฏิวัติวัฒนธรรม กำแพงเมืองซีอานเกือบถูกรื้อทิ้งเพราะมีคำสั่งจากส่วนกลางว่า “รื้อกำแพงทิ้ง เอาอิฐไปสร้างโรงงาน” (หลายเมืองในจีนทำไปแล้ว เช่น หนานจิง, ฉางซา) แต่นายพลจ้าว โช้วซาน ผู้ว่าเมืองคนเก่า ร่วมกับ สี จงซวิน ได้ออกคำสั่งระงับการรื้อถอนอย่างเด็ดขาด การตัดสินใจของท่านคือเหตุผลหลักที่ทำให้ซีอานยังคงมีกำแพงเมืองโบราณที่สมบูรณ์ที่สุดในจีนหลงเหลืออยู่
💡 ทำไมเรื่องนี้สำคัญ: เมื่อเราขึ้นไปยืนบนกำแพงเมือง เราจะไม่ได้เห็นแค่อิฐเก่า แต่จะเห็นความตั้งใจของคนรุ่นก่อนที่เลือกเก็บรักษาไว้ การเดินหรือปั่นจักรยานบนกำแพงจึงเป็นการสัมผัสประวัติศาสตร์ที่มีชีวิต (อ่านเต็มๆ ได้ในบทความ 🏯 กำแพงเมืองซีอาน: เดินบนประวัติศาสตร์ 13.7 กม.)

(2) หอระฆังที่ “เดินได้”
หอระฆังซีอานที่ตั้งตระหง่านอยู่กลางเมืองทุกวันนี้ ไม่ได้อยู่ตรงนี้มาแต่แรก แต่ถูกสร้างในปี 1384 ที่อีกฝั่งของเมือง ผ่านไป 198 ปี เมืองขยายตัว เลยต้องย้ายหอระฆังทั้งหลังมาทางตะวันออก 1 กิโลเมตร โดยถอดชิ้นส่วนไม้มาประกอบใหม่ เปลี่ยนแค่ฐานอิฐ — 600 ปีก่อนทำได้ยังไง? ไม่มีใครรู้แน่ชัด มีแค่จารึก《钟楼东迁歌》(เพลงย้ายหอระฆังไปตะวันออก) ปรากฎอยู่ภายในหอ
(3) ระฆังก้องฟ้า กลองสะท้านดิน
ทุกเช้าในยุคโบราณ เสียงระฆังจากหอระฆังดังขึ้นปลุกผู้คนให้ตื่น เปิดประตูเมืองเริ่มต้นวันใหม่ ส่วนทุกเย็น เสียงกลองจากหอกลองก็ดังก้อง ปิดประตูเมืองเป็นสัญญาณสิ้นสุดวันทำงาน สำนวนจีน ‘晨钟暮鼓’ (เฉินจงมู่กู่ — ระฆังเช้า กลองเย็น) จึงกลายเป็นคำเปรียบเปรยถึงชีวิตที่มีระเบียบ รู้จังหวะเวลา และซีอานเองก็เป็นเมืองที่ดำเนินมาอย่างมีจังหวะของมันตลอดมา
หอระฆังซีอาน (钟楼 / Bell Tower)

หอระฆังมีความสูง 36 เมตร (จากพื้นถึงยอดทองคำ) รูปแบบสถาปัตยกรรมเป็นแบบสามชั้นชายคา (重檐三滴水) และยอดสี่เหลี่ยม (四角攒尖) หลังคากระเบื้องสีเขียวเข้มตัดกับตัวอาคารไม้เขียนลายสีและปิดทองทั้งภายใน
วิวจากด้านบนคือจุดศูนย์กลางทางภูมิศาสตร์ของเมือง เราจะมองเห็นถนนสี่สาย (ตะวันออก, ตะวันตก, ใต้, เหนือ) พุ่งตรงมาบรรจบกันที่หอแห่งนี้ เหมือนเข็มนักเรียนที่กำลังชี้ทิศทางการเติบโตของเมืองซีอาน

📌 รู้ไหมว่า… ระฆังที่แขวนในหอนี้คือ จิ่งหยุนจง (景云钟 / Jǐngyún Zhōng) หล่อในปี ค.ศ. 711 สมัยราชวงศ์ถัง ปัจจุบันระฆังต้นฉบับถูกเก็บรักษาไว้ที่ พิพิธภัณฑ์ป่าศิลาจารึกซีอาน (西安碑林博物馆 / Beilin Museum) ตัวที่แขวนอยู่บนหอคอยเป็นของจำลองที่หล่อใหม่ในปี 1997

บทบาทในประวัติศาสตร์ยุคใหม่
หอระฆังซีอาน ไม่ได้มีแค่หน้าที่บอกเวลา —
- ในช่วง ปฏิวัติซินไฮ่ (1911) เคยเป็นที่ตั้งกองทัพชิง (清)
- ในปี 1927 — โรงภาพยนตร์เสียงแห่งแรกของซีอานเปิดที่นี่
- สงครามจีน-ญี่ปุ่น — ใช้เป็นหอสังเกตการณ์ สำหรับเตือนภัยทางอากาศ
- ปัจจุบัน — ใช้เป็นพลับพลา ในวันชาติและวันแรงงาน
หอกลองซีอาน (西安鼓楼 – Gǔlóu / Drum Tower)

ตั้งอยู่ห่างออกไปประมาณ 200 เมตรทางตะวันตกเฉียงเหนือ สร้างในปี 1380 (ก่อนหอระฆัง 4 ปี) จุดเด่นคือมี กลองเหวินเทียน (闻天 / Wén Tiān) ซึ่งเคยได้บันทึก Guinness World Record ว่าเป็นกลองที่ใหญ่ที่สุดในโลก (ปี 1997) สูง 1.8 ม. หน้ากลองทำจากหนังวัวทั้งสองแผ่น นอกจากนี้ยังมีกลองเล็ก 24 ใบรอบอาคาร สลักชื่อ 24 ฤดูกาลตามจันทรคติจีน
ด้านนอกสามารถถ่ายรูปได้สวยจาก ถนนไป่เยี้ยนเหมิน (北院门 / Beiyuanmen) ซึ่งเป็นทางเข้าตลาดมุสลิม (回民街 / Muslim Quarter) ที่เป็นมุมยอดนิยมของช่างภาพ

จตุรัสหอระฆัง (钟楼广场 / Zhonglou Square)

จตุรัสนี้ไม่ใช่แค่ลานโล่งๆ แต่เป็น “หัวใจ” ของซีอานสมัยใหม่ ด้านล่างเป็น ศูนย์การค้าใต้ดิน (钟楼地下通道) ที่เชื่อมทางเดินไปทั้ง 4 ทิศ — ออกไปทางตะวันออกจะเจอห้างไคหยวน, ทางตะวันตกเจอหอกลองและถนนไป่เยี้ยนเหมิน (北院门), ทางเหนือเจอย่านธุรกิจ, ทางใต้เดิน 15 นาทีถึงกำแพงเมือง


มุมลับๆ ที่คนมักมองข้าม: จตุรัสฝั่งตะวันออกและห้างไคหยวน

เพื่อนๆส่วนใหญ่ที่มาหอระฆัง มักจะถ่ายรูปจากมุมสี่แยกแล้วเดินต่อเลย แต่รู้ไหมว่าฝั่งตะวันออกของจตุรัสมี “อัญมณีที่ถูกลืม” ซ่อนอยู่ — นั่นคือ ห้างไคหยวนซีอาน (西安开元商城 / Xi’an Kaiyuan Shopping Mall)
ห้างนี้ไม่ใช่ห้างหรูแบบ SKP แต่มันคือ “ห้างประจำครอบครัว” ของคนซีอาน เปิดมาตั้งแต่ยุค 90s ทุกวันนี้คนซีอานยังมาซื้อของที่นี่ เพราะทำเลดีที่สุดในเมือง — ออกมาก็เจอหอระฆังเลย
ห้างไคหยวนมี “ชั้นใต้ดิน” ที่เชื่อมกับสถานี Metro หอระฆัง (钟楼站) โดยตรง วันฝนตกหรืออากาศร้อน เราสามารถเดินจาก Metro เข้าห้างได้โดยไม่ต้องขึ้นไปข้างบนเลย — สะดวกมากสำหรับผู้สูงวัยหรือครอบครัวที่มีเด็กเล็ก
📌 รู้ไหมว่า… ชื่อ “ไคหยวน (开元)” ของห้างนี้ไม่ได้ตั้งมาเฉยๆ — ที่ดินผืนนี้ในสมัยราชวงศ์ถังเคยเป็นวัดชื่อว่า “วัดไคหยวน (开元寺)” มาก่อน ดังนั้นเวลาที่เรายืนอยู่ในห้าง เรากำลังยืนอยู่บนแผ่นดินที่มีเรื่องราวซ้อนทับกันมากว่า 1,000 ปี

📸 มุมลับบนชั้นดาดฟ้า: จุดถ่ายหอระฆังที่สวยที่สุด (และฟรี!)
ถ้าเราเปิดโซเชียลจีนอย่าง Xiaohongshu แล้วเสิร์ชคำว่า “钟楼拍照” (ถ่ายรูปหอระฆัง) เกือบทุกโพสต์จะชี้มาที่เดียวกัน: ระเบียงชมวิวเปิดโล่งชั้น 5-8 ของห้างไคหยวน ที่คนจีนเรียกกันติดปากว่า “ไคหยวนเทียนไถ (开元天台 / Kaiyuan Rooftop)”
จากระเบียงชั้น 5 ของห้างไคหยวน เราสามารถเห็นทั้งหอระฆังตรงหน้า และเหลียวซ้ายไปอีกนิดก็เห็นหอกลอง — สองผู้บอกเวลาแห่งราชวงศ์หมิงอยู่ในสายตาพร้อมกัน
ที่นี่คือจุดเดียวในเมืองที่เราสามารถมองเห็นหอระฆังแบบ “มุมสูง ระยะใกล้ ไม่โดนบัง” โดยไม่ต้องเสียเงินสักหยวนเดียว

| ชั้น | มุมที่ได้ | เหมาะกับ |
|---|---|---|
| ชั้น 2 | ระเบียงกลางแจ้งระดับสายตา | ถ่ายภาพคนคู่กับหอระฆัง (Portrait) เห็นลายแกะสลักประตูไม้ชัด |
| ชั้น 5 | มุมสูงปานกลาง เห็นหอระฆังเต็มองค์พร้อมวงเวียนด้านล่าง | ภาพคลาสสิกสำหรับลงโซเชียล |
| ชั้น 8 | มุมสูงกว้างที่สุด | ภาพหายาก: หอระฆัง + หอกลอง ในเฟรมเดียว! |

ตลาดกลางคืนและแหล่งช้อปปิ้ง
คนซีอานมีคำพูดว่า “白天看历史, 晚上看生活” (กลางวันดูประวัติศาสตร์ กลางคืนดูชีวิต) — หมายความว่าถ้าอยากเห็นซีอานในมุม “คนท้องถิ่น” ต้องมาตอนกลางคืน
ถนนหลัวหม่าซื่อ (骡马市步行街 / Luomashi Walking Street)
จากหน้าห้างไคหยวน เดินเลียบถนนตงต้าเจีย (东大街 / Dongdajie) ไปทางตะวันออกไม่กี่ร้อยเมตร ก็จะเจอกับปากทางเข้า ถนนคนเดินหลัวหม่าซื่อ — ถนนคนเดินยาว 612 เมตรที่ทอดลงไปจรดถนนตงมู่โถวซื่อ (东木头市 / Dongmutoushi)

📌 รู้ไหมว่า… ชื่อ “หลัวหม่าซื่อ” แปลตรงตัวว่า “ตลาดลา-ม้า” เพราะในสมัยราชวงศ์หมิง บริเวณนี้คือตลาดค้าสัตว์พาหนะที่ใหญ่ที่สุดของเมือง ทุกวันนี้แม้ห้างใหม่ๆ จะผุดขึ้นทั่วเมือง แต่หลัวหม่าซื่อก็ปรับตัวกลายเป็นถนนของวัยรุ่นและสตรีทฟู้ด กลางวันเป็นร้านแฟชั่น พอตกค่ำรถเข็นและร้านเล็กๆ จะทยอยเปิดไฟ กลิ่นเต้าหู้เหม็น (臭豆腐 / Chou Doufu) ทอดร้อนๆ ลอยมาแต่ไกล


เกร็ดเล็กๆ: ตรอกและซอยรอบๆหอระฆังแทบทุกสาย ล้วนตั้งชื่อตามบันทึกการค้ายุคหมิง-ชิงที่ เช่น:
- ตงมู่โถวซื่อ (东木头市) = “ตลาดไม้ตะวันออก” เคยเป็นตลาดค้าไม้สมัยหมิง-ชิง
- อ้านป่านเจีย (案板街) = “ถนนเขียง” ตั้งชื่อตามร้านขายเขียงไม้ที่รวมตัวกันสมัยปลายหมิงต้นชิง
- จูป่าซื่อ (竹笆市 / Zhubashi) = ตลาดเครื่องสานไม้ไผ่
เวลาที่เพื่อนๆ เดินหลงเข้าตรอกเหล่านี้ตอนหัวค่ำ เห็นป้ายไฟร้านบะหมี่เก่าแก่ส่องสว่างบนกำแพงอิฐที่มีชื่อถนนว่า “ตลาดเขียง” เราจะเข้าใจทันทีว่าซีอานไม่ใช่เมืองที่ “อนุรักษ์ของเก่าไว้ในพิพิธภัณฑ์” แต่เป็นเมืองที่ใช้ชีวิตอยู่บนประวัติศาสตร์ของตัวเองทุกวัน
อาหารท้องถิ่นที่ต้องลอง
รอบๆ หอระฆังและห้างไคหยวน ไม่ได้มีแค่สตรีทฟู้ด แต่ชั้นใต้ดินและตรอกซอกซอยยังซ่อนร้านเด็ดไว้มากมาย บรรยากาศจะคึกคักมากในช่วงค่ำ:



- ปิงเฟิง (冰峰 / Bingfeng): น้ำส้มโซดาประจำเมืองซีอานที่ต้องดื่มแบบเย็นจัดเท่านั้น ขวดแก้วเปิดฝาดัง “ป๊อก” คือเสียงประกอบวัยเด็กของคนซีอาน
- ร้านท้องถิ่นในตรอก: ลองเลี้ยวเข้าซอย หนานหลิวเซี่ยง (南柳巷) จะเจอร้านอย่าง จี้กังเร่หมี่ผี (志刚热米皮) เส้นข้าวเหนียวนุ่มราดน้ำมันพริก ราคาหลักสิบหยวนแต่อร่อยระดับตำนาน
***สำหรับอาหารฮาลาลและสตรีทฟู้ดแบบจัดเต็ม สามารถตามไปอ่านต่อได้ในบทความ 🕌 มัสยิดใหญ่ซีอาน + ตลาดมุสลิม ***
ข้อมูลวางแผนเที่ยว
ค่าเข้าชม:
| รายการ | หอระฆัง (钟楼) | หอกลอง (鼓楼) |
|---|---|---|
| ค่าเข้า | 30 หยวน | 30 หยวน |
| ตั๋วคู่ (套票) | 50 หยวน (ประหยัด 10) | 50 หยวน (ประหยัด 10) |
| เวลาเปิด (เม.ย.–ต.ค.) | 08:30–21:30 | 08:30–21:00 |
| เวลาเปิด (พ.ย.–มี.ค.) | 08:30–18:00 | 08:30–18:00 |
| เวลาที่แนะนำ | 30–45 นาที | 30–45 นาที |
การเดินทาง:
- Metro สาย 2 / สาย 6: ลง สถานีหอระฆัง (钟楼站 / Zhonglou)



- ทางเดินใต้ดิน: สถานีหอระฆังมีทางเดินใต้ดินเชื่อมระหว่างหอระฆัง-หอกลอง-ห้างไคหยวน ไม่ต้องข้ามถนนด้านบน เหมาะสำหรับผู้สูงวัยมากครับ
การมาเยือนหอระฆังและหอกลองซีอาน ไม่ใช่แค่การมาเช็คลิสต์แลนด์มาร์ค แต่คือการมา “ฟัง” จังหวะของเมืองที่ดำเนินมาหลายร้อยปี จากเสียงระฆังยามเช้า สู่แสงไฟนีออนยามค่ำ และเสียงหัวเราะในตลาดกลางคืน
📌 อ่านเพิ่มเติมในซีรีส์ Xi’an:
\O.O/

Leave a Reply