ทัวร์นกขมิ้นมีหลักการง่ายๆ คือ “ไปเยอะ จ่ายน้อย นอนน้อย” — วันแรกของทริปนี้ยืนยันสูตรดังกล่าวได้ดีมาก
ออกจากนิวยอร์กแต่เช้า มุ่งหน้าลงใต้สองเมืองรวดใน 1 วัน ฟิลาเดลเฟีย (Philadelphia) และ วอชิงตัน ดี.ซี. (Washington D.C.) ถ้าเอาระยะทางรวมกันก็พอๆ กับขับรถกรุงเทพฯ–เชียงใหม่ แต่แถมอีก 1 เมือง ด้วยค่าทัวร์ราคาเดียว อันนี้ถือว่าคุ้มมาก (หรือเหนื่อยมาก ขึ้นอยู่กับมุมมอง)^^

ฟิลาเดลเฟีย — จุดเริ่มต้นของอเมริกา
จากนิวยอร์กถึงฟิลาเดลเฟียประมาณ 100 ไมล์ ใช้เวลาราว 2 ชั่วโมงทางรถ ฟิลาเดลเฟียเป็นเมืองใหญ่สุดของ รัฐเพนซิลเวเนีย (Pennsylvania) และที่สำคัญกว่านั้นคือเมืองหลวงแห่งแรกของสหรัฐอเมริกา ก่อนที่จะย้ายมาที่วอชิงตัน ดีซี ในเวลาต่อมา

เราหยุดในย่านประวัติศาสตร์ซึ่งเป็นที่ตั้งของสองสถานที่หลักที่ทุกทัวร์ต้องแวะ
ดิ อินดีเพนเดนซ์ ฮอลล์ (The Independence Hall)

อินดีเพนเดนซ์ ฮอลล์สร้างเสร็จในปี ค.ศ. 1753 เดิมเป็นสภานิติบัญญัติของรัฐเพนซิลเวเนีย แต่ชื่อเสียงของมันมาจากสิ่งที่เกิดขึ้นภายในอาคารนี้ — ที่นี่คือที่ที่ลงมติรับรองคำประกาศอิสรภาพในวันที่ 4 กรกฎาคม ค.ศ. 1776 และต่อมาในปี ค.ศ. 1787 ก็เป็นสถานที่ร่างรัฐธรรมนูญแห่งสหรัฐอเมริกาด้วย UNESCO ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกในปี ค.ศ. 1979



ตรงข้ามกันคือ Liberty Bell Center อาคารกระจกที่เก็บระฆังเสรีภาพไว้

ระฆังเสรีภาพ (Liberty Bell)
Liberty Bell Center เปิดให้เข้าชมฟรี ภายในมีนิทรรศการเล่าประวัติของระฆังใบนี้ตั้งแต่ต้น



ระฆังเสรีภาพมีเส้นรอบวง 12 ฟุต หนัก 2,080 ปอนด์ แขวนเป็นระฆังประจำเมืองฟิลาเดลเฟียตั้งแต่ปี ค.ศ. 1753 ใช้ตีเมื่อมีการประชุมสภาหรือเหตุการณ์สำคัญ ต่อมาถูกตีประกาศเอกราชในปี 1776 รอบระฆังสลักข้อความที่กลายเป็นอมตะว่า
“Proclaim LIBERTY throughout all the land unto all the inhabitants thereof”
(ขอให้เสรีภาพจงมีแด่คนทุกคนที่อาศัยอยู่บนผืนแผ่นดินนี้)



แล้วก็มีช็อตสำเร็จรูปที่ทุกคนต้องถ่าย — เอาธนบัตร 100 ดอลลาร์มาถือหน้าอาคาร เพราะ Independence Hall เป็นภาพที่พิมพ์อยู่ด้านหลังธนบัตรใบนั้นพอดี ^^

วอชิงตัน ดี.ซี. — เมืองหลวงที่ไม่ใช่รัฐ
จากฟิลาเดลเฟียไปวอชิงตัน ดีซี อีกประมาณ 140 ไมล์ ใช้เวลาราว 2.5 ชั่วโมง รวมแล้วนั่งรถมาเกือบ 5 ชั่วโมงในวันเดียว อย่างนี้แหละคือทัวร์นกขมิ้น
วอชิงตัน ดี.ซี. (Washington, D.C.) เป็นเมืองหลวงของสหรัฐอเมริกา ตั้งอยู่ริมฝั่งซ้ายของแม่น้ำ Potomac คำว่า “ดี.ซี.” ย่อมาจาก District of Columbia — เป็นเขตปกครองพิเศษที่ไม่สังกัดรัฐใดในอเมริกา ไม่ใช่รัฐ และไม่ขึ้นกับรัฐข้างเคียง
หลายคนสับสนกับ รัฐวอชิงตัน (Washington State) ซึ่งเป็นคนละที่กันคนละฝั่งประเทศ รัฐวอชิงตันอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือ มีซีแอตเทิล (Seattle) เป็นเมืองใหญ่สุดของรัฐ ส่วนวอชิงตัน ดีซี อยู่ทางชายฝั่งตะวันออก
ชื่อเมืองนี้ตั้งตาม จอร์จ วอชิงตัน (George Washington) ประธานาธิบดีคนแรก บวกกับชื่อของ คริสโตเฟอร์ โคลัมบัส (Christopher Columbus) ผู้ค้นพบทวีปอเมริกา (ที่มาของคำว่า “Columbia”) จอร์จ วอชิงตันเลือกพื้นที่นี้เป็นเมืองหลวงถาวรในปี ค.ศ. 1790 หลังจากที่สหรัฐฯ ย้ายเมืองหลวงหลายครั้ง รวมถึงที่ฟิลาเดลเฟียด้วย
National Mall — ลานสนามหน้าบ้านของอเมริกา
National Mall คือพื้นที่สวนสาธารณะกลางกรุง ทอดยาวจาก อนุสรณ์สถานลินคอล์น (Lincoln Memorial) ไปจนถึง อาคารรัฐสภา (US Capitol) เป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์ อนุสรณ์สถาน และแหล่งท่องเที่ยวสำคัญส่วนใหญ่ของวอชิงตัน

เราโชคดีอย่างหนึ่งคือมาถูกช่วง — ฤดูซากุระบานของ DC ตกประมาณปลายมีนาคมถึงต้นเมษายน และปีนั้นซากุระยังเหลืออยู่พอดี บรรยากาศที่ National Mall ระหว่างซากุระบานกับท้องฟ้าสีฟ้าใสนั้น.. ได้มาฟรีโดยไม่ต้องตั้งใจ ^^

ทางด้านซ้ายของ Mall เป็นกลุ่มอาคารของ สถาบันสมิธโซเนียน (Smithsonian Institution) — อภิมหาเครือข่ายพิพิธภัณฑ์และสถาบันวิจัยที่ใหญ่สุดในโลก เปิดให้เข้าชมฟรีทั้งหมด มีพิพิธภัณฑ์กว่า 19 แห่งและสวนสัตว์ในความดูแล เก็บวัตถุกว่า 136 ล้านชิ้น ตั้งแต่ดาวอุกกาบาตไปจนถึงยานอวกาศ


อาคารที่เห็นง่ายสุดคือ Smithsonian Castle ตึกหินสีแดงสไตล์ Gothic ตรงกลาง Mall ทำหน้าที่เป็นศูนย์ข้อมูลและสำนักงานใหญ่

พิพิธภัณฑ์การบินและอวกาศแห่งชาติ (NASM)
เวลาจำกัด เลือกได้แค่หนึ่ง เราเลือก National Air and Space Museum (NASM) เพราะอยากเห็นเครื่องบินของจริง

NASM เป็นพิพิธภัณฑ์ที่มีคนเข้าชมมากที่สุดของ Smithsonian เก็บรวบรวมเครื่องบินและยานอวกาศจริงที่เคยใช้งาน ทั้งต้นแบบและเครื่องสำรอง ทุกชิ้นที่อยู่ที่นี่คือของจริง ไม่ใช่จำลอง





น่าอิจฉาเด็กๆ อเมริกันจริงๆ ที่มีพิพิธภัณฑ์แบบนี้ให้มาเรียนรู้ฟรีตั้งแต่ยังเล็ก..

ไฮไลท์ส่วนตัวคือห้องที่จัดแสดง เครื่องบินต้นแบบของพี่น้องตระกูลไรต์ (Wright Brothers) มันเล็กกว่าที่คิดมาก แต่พอนึกว่านี่คือต้นกำเนิดของการบินสมัยใหม่ทั้งหมด ก็รู้สึกว่ามันยิ่งใหญ่มากๆ ในแบบที่ไม่ต้องใหญ่จริงๆ


เดินเล่นรอบ National Mall กลางซากุระบาน
ออกจาก NASM มาเจอซากุระบานรอบ National Mall อีกรอบ — รู้สึกว่าวอชิงตัน ดีซี ใจดีมากที่จัดให้ดูฟรีๆ ^^




ระหว่างเดิน แวะผ่าน National History Museum และ Hirshhorn Museum and Sculpture Garden พิพิธภัณฑ์ศิลปะสมัยใหม่ที่สวนประติมากรรมด้านนอกเดินชมฟรี






อนุสรณ์สถานรอบ National Mall

อนุสรณ์สถานลินคอล์น (Lincoln Memorial)

ตั้งอยู่สุดปลายตะวันตกของ National Mall เป็นอาคารหินอ่อนสไตล์กรีก มีเสาแบบดอริค 38 ต้นรอบอาคาร — ตัวเลข 38 หมายถึง 38 รัฐที่รวมกันอยู่ในสมัยประธานาธิบดีลินคอล์น

ภายในอาคารมีรูปปั้นของ ประธานาธิบดีอับราฮัม ลินคอล์น ในท่านั่ง ด้านผนังซ้ายสลักสุนทรพจน์ Gettysburg Address
“The government of the people, by the people, for the people”


มุมมหาชนที่คุ้นตา — มองจากบันไดหน้าอนุสรณ์สถานออกไปยัง Reflecting Pool และ Washington Monument เส้นตรงทอดไปไกล เห็นแล้วเข้าใจว่าทำไมที่นี่ถึงเป็นสถานที่ชุมนุมประท้วงประวัติศาสตร์บ่อยมาก

อนุสรณ์สถานสงครามเกาหลี (Korean War Memorial)

ไม่ไกลจาก Lincoln Memorial มีอนุสรณ์สถานสงครามเกาหลีที่สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1995 บอกตรงๆ ว่าอันนี้ให้ความรู้สึกแตกต่างมาก
ตรงกลางสวนมีรูปหล่อเหล็กกล้า 19 ตัว เป็นทหารจากกองกำลังต่างๆ ของสหรัฐ สวมเสื้อฝน มือถือปืน เดินในท่าลาดตระเวน ใบหน้าแต่ละตัวแสดงออกถึงความเหนื่อยล้าและตึงเครียดชัดเจน มันไม่ได้ดูน่าเกรงขาม แต่ดูน่าเวทนา — ซึ่งอาจเป็นสิ่งที่ศิลปินตั้งใจไว้




ที่คิดไว้ กับที่ได้เจอจริง
ก่อนมาวอชิงตัน ดีซี รายการที่อยากเห็นมีอยู่สองอย่างชัดเจน — อาคารรัฐสภา (US Capitol) และ ทำเนียบประธานาธิบดี (The White House)
ผลปรากฏว่า..
US Capitol — อยู่ระหว่างบูรณะ มีนั่งร้านคลุมโดมทั้งหมด

ภาพจริงที่ได้เจอ: อาคารรัฐสภากำลังคาดผ้าปิดปาก 😫

Washington Monument อันนี้ยังเห็น อย่างน้อยก็ได้ถ่ายรูป

The White House — เทศกาลอีสเตอร์ปีนั้นมีกิจกรรม Easter Egg Roll ที่ทำเนียบ เข้าใกล้ได้แค่ถ่ายรูปไกลๆ คราวหน้าละกัน..

ปิดท้ายวันด้วยล่องเรือแม่น้ำ Potomac
ก่อนออกเดินทางกลับ แวะล่องเรือชมทิวทัศน์สองฝั่งแม่น้ำ Potomac ยามเย็น น้ำนิ่ง สองฝั่งมีอาคารและสวนสาธารณะสลับกัน หลังเดินมาเกือบทั้งวัน การนั่งเรือนิ่งๆ ดูวิวถือเป็นของแถมที่ดีมาก








ขากลับผ่านแถว Ronald Reagan Washington National Airport ระหว่างทางแวบมองเห็น เพนตากอน (Pentagon) หรือ กระทรวงกลาโหมสหรัฐ อาคารทรงห้าเหลี่ยมขนาดมหึมาที่เห็นบ่อยในหนัง — ได้เห็นของจริงครั้งแรก ใหญ่จริงๆ ตามสเปก



ผ่านไปแค่วันเดียว ไปมาสองเมือง เดินเกือบทั้งวัน เจออะไรต่างๆ มาเยอะจนรู้สึกว่าหัวแน่น แต่โปรแกรมทัวร์ยังไม่หยุด — ตอนต่อไปคือสัมผัสความยิ่งใหญ่ของธรรมชาติที่ น้ำตกไนแองการา (Niagara Falls)
\O.O/
แหล่งข้อมูลเพิ่มเติม
- Independence Hall — National Park Service [ตรวจสอบข้อมูลล่าสุด: เวลาเปิด/ปิด]
- Liberty Bell Center — National Park Service [ตรวจสอบข้อมูลล่าสุด]
- Smithsonian Institution — เข้าชมฟรีส่วนใหญ่ [ตรวจสอบข้อมูลล่าสุด]
- National Air and Space Museum [ตรวจสอบข้อมูลล่าสุด]
← ตะลุยฝันสองพันไมล์ (1): Hello New York | ตะลุยฝันสองพันไมล์ (3): น้ำตกไนแองการา →
