
ออกจากไนแอการา (Niagara) ตั้งแต่เช้าตรู่ วันนี้โปรแกรมแน่นเอี้ยดจนต้องร้องขอชีวิต.. เพราะเราต้องข้ามพรมแดนเข้าสู่แคนาดา แวะเช็กอินโตรอนโต ล่องเรือชมหมู่เกาะ Thousand Islands แล้วยิงยาวไปสิ้นสุดที่ออตตาวา เมืองหลวงของแคนาดา รวมระยะทางวันนี้เบ็ดเสร็จประมาณ 371 ไมล์ (ฟังดูไกล ซึ่งก็ไกลจริง ๆ นั่นแหละ) แต่เมื่อมันอยู่ในแผน แผนก็ต้องเดินหน้าต่อไป.. 😊


ด่านพรมแดนฝั่งแคนาดาผ่านได้ไม่ยุ่งยากอย่างที่คิด ทิวทัศน์สองข้างทางเอาเข้าจริงก็เปลี่ยนจากแบบอเมริกันมาเป็นแบบ… ก็ยังคล้าย ๆ กันอยู่ดีนั่นแหละ (ขำแห้ง) แต่จุดที่สะดุดตาคือป้ายข้างทางที่กลายเป็นสองภาษาคือ อังกฤษและฝรั่งเศส คู่กันไป ถึงตรงนี้ก็พอให้รู้ตัวว่าเราได้ก้าวเข้าสู่แดนใบเมเปิ้ลอย่างเป็นทางการแล้ว
โตรอนโต (Toronto) เมืองหลวงสายแบกแห่งออนแทรีโอ
ถ้าเข้าใจว่าออตตาวาคือเมืองที่ใหญ่ที่สุดในแคนาดาเพราะเป็นเมืองหลวง บอกเลยว่าผิดครับ เพราะตำแหน่งเมืองหลวงของ รัฐออนแทรีโอ (Ontario) และเมืองที่ประชากรหนาแน่นที่สุด บิ๊กที่สุดในประเทศ ต้องยกให้ “โตรอนโต” ที่นี่ขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรมสูงมากกก พลเมืองกว่าครึ่งเมืองเป็นผู้อพยพมาจากทั่วทุกมุมโลก (เดินไปทางไหนก็เจอชาวเอเชียเพียบ) แถมยังเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจและการเงินอันดับหนึ่งของประเทศอีกด้วย
รอบนี้เรามีเวลาแวะโตรอนโตแบบขี่ม้าชมเมืองแค่ 3 จุดหลัก ๆ ครับ คือ Nathan Phillips Square, CN Tower และ Casa Loma
นาธาน ฟิลลิปส์ สแควร์ (Nathan Phillips Square) จัตุรัสหัวใจของเมือง

เรามาประเดิมจุดแรกกันที่จัตุรัสใหญ่หน้า ศาลาว่าการเมืองโตรอนโต (City Hall) สถานที่แห่งนี้ตั้งชื่อเพื่อเป็นเกียรติแก่ Nathan Phillips อดีตนายกเทศมนตรีชื่อดังในช่วงปี 1955–1962
ถ้ามาช่วงฤดูร้อน ที่นี่จะกลายเป็นโอเอซิสกลางเมือง มีคนมานั่งพักผ่อน จัดคอนเสิร์ต เสพงานศิลปะกันคึกคัก แต่ถ้ามาช่วงฤดูหนาว สระน้ำขนาดใหญ่ด้านหน้าจะแปลงร่างเป็นลานสเก็ตน้ำแข็งกลางแจ้งให้คนมาวาดลวดลายกันสนุกสนาน



ข้าง ๆ กันนั้นมี Old City Hall ศาลาว่าการหลังเก่าสไตล์คลาสสิกที่เคยใช้งานช่วงปี 1899–1966 ตั้งตระหง่านอยู่คู่กับอาคารใหม่ เป็นภาพที่แปลกตาดีเหมือนกันที่ได้เห็นสถาปัตยกรรมสองยุคสมัยตั้งเคียงข้างกันอย่างลงตัว




ซีเอ็นทาวเวอร์ (CN Tower) — หอคอยที่เราเห็นแค่… ฐาน

CN Tower แลนด์มาร์กความสูง 553 เมตร (1,815 ฟุต) ที่สร้างมาตั้งแต่ปี 1973 และเคยครองสถิติสิ่งก่อสร้างที่สูงที่สุดในโลกยาวนานถึง 31 ปี ก่อนจะโดน ตึกเบิร์จคาลิฟา (Burj Khalifa) แห่งดูไบแย่งตำแหน่งแชมป์ไป ปัจจุบันยังคงรั้งตำแหน่งสิ่งก่อสร้างที่สูงที่สุดในซีกโลกตะวันตก
เดิมทีชื่อ CN ย่อมาจาก “Canadian National Railway” ตามชื่อการรถไฟที่เป็นเจ้าของโครงการในยุคแรก แต่ทุกวันนี้คนท้องถิ่นนิยมแปลให้เข้าใจง่าย ๆ ว่า “Canada’s National Tower” แทน

ตัดภาพมาที่ความเป็นจริงในวันที่เราไปถึง.. หมอกลงหนาทึบมากขีดสุด! หนักชนิดที่ว่าแหงนหน้ามองขึ้นไปจนคอหักก็ยังมองไม่เห็นยอดหอคอยเลย (อันนี้เศร้าจริง) จะว่าโชคร้ายก็ใช่ แต่คิดในแง่ดีมันก็เป็นความทรงจำที่ขำแห้งดีเหมือนกัน เลยขอหยิบรูปสวย ๆ ฟ้าเปิดจาก Wikipedia มาแปะให้ดูแทนว่าจริง ๆ แล้วมันควรจะหน้าตาหล่อเหลาขนาดไหน จะได้รู้ว่าเราพลาดอะไรไปบ้าง.. ^^


สำหรับสายเอ็กซ์ตรีมที่ใจถึงกว่าเรา ที่นี่เขามีท้าความเสียวด้วยกิจกรรม Edge Walk เดินปล่อยใจบนขอบหลังคาหอคอยที่กว้างแค่ 1.5 เมตร บนความสูง 365 เมตร โดยมีแค่สายรัดนิรภัยรั้งไว้เท่านั้น ใครกลัวความสูงข้ามไปได้เลย ส่วนใครสายลุยและชอบท้าทายก็ลองดูได้ 😎

ข้างๆกันมีอควาเรียมชื่อดังอย่าง Ripley’s Aquarium of Canada ด้วยนะ แต่เราทำได้แค่เหลือบตามองแล้วเดินผ่าน เพราะทางข้างหน้ายังอีกยาวไกล 😒

ปราสาทคาซา โลมา (Casa Loma) คฤหาสน์หรูสไตล์โกธิคกลางเมือง

ปราสาทคาซา โลมา (Casa Loma) คือคฤหาสน์สไตล์ โกธิครีวิฟเวน (Gothic Revival) บนเนินเขาใจกลางเมืองโตรอนโต บรรยากาศเหมือนเราหลุดเข้าไปในเทพนิยายยุโรปโบราณแบบไม่คิดว่าจะมีอยู่จริงในแคนาดา
ปัจจุบันที่นี่กลายเป็นพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกกว่า 650,000 คนต่อปี ด้านในอัดแน่นไปด้วยห้องหับ ทางลับ และของใช้ดั้งเดิมที่ยังคงได้รับการอนุรักษ์ไว้อย่างสมบูรณ์แบบ

| 🏰 ข้อมูลสำคัญของปราสาท | รายละเอียด |
|---|---|
| ชื่อภาษาสเปน | “Casa Loma” แปลว่า “บ้านบนเนิน” (House on the Hill) |
| ช่วงเวลาก่อสร้าง | ค.ศ. 1911–1914 (ใช้เวลาสร้าง 3 ปี) |
| เจ้าของเดิม | Sir Henry Mill Pellatt นักการเงินผู้ทรงอิทธิพลชาวแคนาดา |
| สถาปนิกผู้ออกแบบ | E.J. Lennox สถาปนิกมือหนึ่งของโตรอนโตในยุคนั้น |
| งบประมาณสร้าง | 3.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (นับเป็นมูลค่ามหาศาลในสมัยร้อยกว่าปีก่อน) |
| ขนาดตัวปราสาท | มีห้องทั้งหมด 98 ห้อง, 30 ห้องน้ำ และเตาผิงอีก 25 จุด |
| พื้นที่สวน | กว้างขวางถึง 5 เอเคอร์ (*เปิดให้เข้าชมเฉพาะช่วงเดือน พ.ค.–ต.ค. เท่านั้น) |



เดินสำรวจข้างในแล้วบอกเลยว่าเพลินตาสุดๆ ไฮไลต์ที่ไม่ควรพลาดเลยก็คือ หอคอยคู่ (Twin Towers) ที่สามารถเดินขึ้นไปส่องวิวเมืองโตรอนโตแบบพาโนรามาได้เต็มๆ ตา
แถมยังมี อุโมงค์และทางเดินลับ ยาวกว่า 800 ฟุตเชื่อมต่อทั่วตัวปราสาท มีห้องเก็บไวน์ใต้ดินขนาดมหึมาที่สะท้อนไลฟ์สไตล์ของมหาเศรษฐีต้นศตวรรษที่ 20 ได้เป็นอย่างดี



ที่นี่เป็นโลเคชันถ่ายทำภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์มาแล้วหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็น X-Men, The Tuxedo, Chicago หรือแม้แต่ซีรีส์ดังอย่าง Schitt’s Creek













💡เกร็ดน่ารู้ทิ้งท้าย: ที่นี่ถือเป็นปราสาทเพียงแห่งเดียวในอเมริกาเหนือที่เปิดเป็นพิพิธภัณฑ์อย่างเป็นทางการ ผ่านร้อนผ่านหนาวมาทั้งการเป็นบ้านพัก สถานที่จัดงานเต้นรำ โรงแรม จนกลายมาเป็นแลนด์มาร์กสุดโรแมนติกในปัจจุบัน


1,000 Islands: ล่องเรือฝ่าไอหนาวชมหมู่เกาะพันเกาะ


บนเส้นทางโรดทริประหว่างโตรอนโตมุ่งหน้าสู่ออตตาวา มีจุดแวะพักที่เป็นไฮไลต์ระดับโลกซ่อนอยู่ครับ นั่นคือ หมู่เกาะ 1,000 Islands กลุ่มเกาะน้อยใหญ่ที่เรียงรายอยู่ตลอดระยะทาง 50 ไมล์ (ประมาณ 80 กิโลเมตร) บนแม่น้ำเซนต์ลอว์เรนซ์ (Saint Lawrence River) คั่นกลางระหว่างพรมแดนแคนาดาและสหรัฐอเมริกา


คำว่า “พันเกาะ” ไม่ได้ตั้งขึ้นมาอวดอ้างเกินจริงเลย เพราะพิกัดนี้มีเกาะเล็กเกาะน้อยนับรวมกันได้ถึง 1,864 เกาะ! มีตั้งแต่เกาะขนาดใหญ่พื้นที่กว่า 40 ตารางไมล์ ไปจนถึงเกาะจิ๋วที่มีพื้นที่แค่พอสร้างบ้านได้หลังเดียวแล้วจบ (แค่นี้ก็ได้ชื่อว่าเป็นเจ้าของเกาะส่วนตัวแล้ว อิจฉาสุด ๆ) และใช่ครับ.. น้ำสลัด Thousand Island Dressing สีส้ม ๆ ที่เรากินกันทั่วโลก ก็มีถิ่นกำเนิดมาจากแถวนี้แหละ!


กิจกรรมหลักที่ต้องทำคือการล่องเรือชมวิว ช่วงต้นเดือนเมษายนที่เราไป ในแม่น้ำยังมีแผ่นน้ำแข็งบาง ๆ ลอยฟู่ผิวน้ำอยู่เลย ลมพัดมาทีหนาวสะท้านทรวงแต่น้ำใสเป็นสีเขียวมรกตสวยมาก เกาะแต่ละลูกจะมีบ้านพักตากอากาศดีไซน์น่ารักตั้งอยู่ บางหลังนี่แทบไม่มีพื้นที่เหลือให้เดินเล่นเลย เปิดประตูมาคือโดดลงน้ำได้ทันที (อันนี้ชอบ)^^















ในบรรดาหมู่เกาะทั้งหมด มีปราสาทชื่อดังอยู่ 2 แห่งที่มีเรื่องราวเบื้องหลังน่าสนใจมากๆ
🏰 ปราสาทโบลต์ (Boldt Castle): อนุสรณ์สถานแห่งความรักที่สร้างไม่เสร็จ

ตั้งอยู่บนเกาะ Heart Island ขอยกให้เป็นพล็อตเรื่องที่โรแมนติกแต่จบเศร้าที่สุด.. จอร์จ ซี. โบลต์ (George C. Boldt) มหาเศรษฐีผู้มั่งคั่ง ตั้งใจสร้างปราสาทสไตล์ไรน์แลนด์ของยุโรปหลังนี้เพื่อเป็นของขวัญชิ้นเอกให้แก่ Louise Kehrer Boldt ภรรยาสุดที่รักเพื่อเป็นสัญลักษณ์แห่งความรักของทั้งคู่
การก่อสร้างดำเนินไปอย่างยิ่งใหญ่ ใช้ช่างและศิลปินกว่า 300 ชีวิต แต่แล้วในเดือนมกราคม 1904 เรื่องราวไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นเมื่อ Louise ได้เสียชีวิตลงอย่างกะทันหันในขณะที่ปราสาทยังไม่เสร็จสมบูรณ์
จอร์จโศกเศร้าเสียใจอย่างที่สุด เขาตัดสินใจสั่งระงับการก่อสร้างทั้งหมดทันทีผ่านโทรเลขสั้น ๆ ว่า “stop all construction” และเขาก็ไม่เคยกลับมาเหยียบเกาะแห่งนี้อีกเลยตลอดชีวิต ปล่อยให้คฤหาสน์หลังงามถูกทิ้งร้างสู้แดดสู้ฝนยาวนานถึง 73 ปี (1904–1977)


🕰️ 73 ปีแห่งการทิ้งร้าง
ในปี 1977 หน่วยงาน Thousand Islands Bridge Authority เข้ามาซื้อเกาะ Heart Island และระดมทุนหลายล้านดอลลาร์เพื่อบูรณะฟื้นฟูให้กลับมางดงาม เพื่อเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชม โดยสัญญาว่ารายได้ทั้งหมดจะนำไปใช้ในการอนุรักษ์ปราสาทหลังนี้สำหรับคนรุ่นหลังต่อไป
เรื่องราวโรแมนติกเศร้าๆ จากปราสาทที่ควรจะเป็นบ้านเเห่งความฝัน กลับกลายเป็นอนุสรณ์สถานแห่งความรักที่โศกเศร้าที่สุดแห่งหนึ่งของอเมริกา.. TT


🏰 ปราสาทซิงเกอร์ (Singer Castle): มิติความลึกลับบนเกาะ Dark Island

Dark Island เป็นเกาะส่วนตัวขนาดเล็ก มีพื้นที่ประมาณ 7 เอเคอร์ เป็นที่ตั้งของ Singer Castle ปราสาทแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นโดย Frederick G. Bourne ผู้อำนวยการคนที่ 5 ของบริษัทจักรเย็บผ้า Singer ที่เราคุ้นเคยกันดี โดยตั้งใจสร้างเป็นที่พักตากอากาศสำหรับล่าสัตว์ (Hunting Lodge) ก่อนจะพัฒนาเป็นปราสาทขนาดใหญ่
ตัวปราสาทได้แรงบันดาลใจมาจากปราสาทอังกฤษในนิยายโบราณ ความยูนีคของที่นี่คือ ความลึกลับ เพราะสถาปนิกจงใจออกแบบให้มี อุโมงค์และทางเดินลับใต้ดิน เชื่อมต่อทะลุถึงกันแทบทุกห้อง แถมยังมีภาพวาดแนวลึกลับชวนค้นหาประดับอยู่ทั่ว
ปัจจุบันเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าไปพักค้างคืนในห้องสวีทสุดหรูได้ด้วย ใครอยากลองฟิลลิ่งแอบเดินสำรวจทางลับตอนกลางคืนคงจะตื่นเต้นเร้าใจดี 😉



ออตตาวา (Ottawa): เมืองหลวงสายคลีนที่เงียบสงบ

เราเดินทางมาถึงออตตาวาในช่วงบ่ายคล้อย หลังจากนั่งรถหลังขดหลังแข็งมาทั้งวัน เมืองนี้ตั้งอยู่ริมฝั่ง แม่น้ำออตตาวา (Ottawa River) เป็นเมืองหลวงของประเทศและใหญ่เป็นอันดับสองของรัฐออนแทรีโอ
สิ่งแรกที่สัมผัสได้ทันทีที่ก้าวเท้าลงจากรถคือความสะอาดเป๊ะ เป็นระเบียบเรียบร้อย และเงียบสงบมาก สมกับที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในเมืองหลวงที่สะอาดที่สุดในโลกจริง ๆ
พาเลียเมนท์ ฮิลล์ (Parliament Hill): หัวใจแห่งการบริหารประเทศ
แลนด์มาร์กที่ตั้งอยู่บนหน้าผาสูง 50 เมตรริมแม่น้ำออตตาวา หันหน้าลงมาทางทิศใต้สู่ถนน Wellington ที่นี่คือกลุ่ม อาคารรัฐสภาของแคนาดา ที่สร้างด้วยสถาปัตยกรรม Gothic Revival ช่วงปี 1859-1865 โดยแบ่งออกเป็น 3 อาคารหลักคือ East Block, West Block และ Centre Block


ป้ายประวัติศาสตร์แห่งชาติ (National Historic Event plaque) ของแคนาดาที่ติดตั้งโดยหน่วยงาน Historic Sites and Monuments Board of Canada (คณะกรรมการสถานที่และอนุสรณ์สถานทางประวัติศาสตร์แห่งแคนาดา) เพื่อระลึกถึงจุดเริ่มต้นสำคัญของประวัติศาสตร์การเมืองแคนาดา โดยมีใจความสรุปคือ:
- บริบท: หลังจากมีการรวมตัวของแคนาดาตะวันออกและตะวันตกในปี 1841 เมืองต่างๆ เช่น คิงส์ตัน, มอนทรีออล, โตรอนโต และควิเบก ต่างเคยผลัดกันเป็นที่ตั้งของรัฐบาล
- การตัดสินใจ: ในช่วงทศวรรษ 1850 เมืองเหล่านี้ต่างแข่งกันเพื่อชิงตำแหน่ง “เมืองหลวงถาวร” จนกระทั่งในปี 1857 สมเด็จพระราชินีนาถวิกตอเรียทรงตัดสินใจเลือก “ออตตาวา” ให้เป็นเมืองหลวงนับเเต่นั้นมา

อาคารหลักตรงกลางหรือ Centre Block
โดดเด่นเป็นสง่าด้วย หอนาฬิกาสันติภาพ (Central Peace Tower) ความสูง 92 เมตร ข้างในเป็นที่ตั้งของห้องประชุมสภาสูง (Senate) และสภาล่าง (House of Commons)
(*อัพเดท: ปิดมาตั้งแต่ปลายปี 2018 เพื่อทำการบูรณะครั้งใหญ่)




Library of Parliament: หอสมุดรัฐสภา
จุดที่ทำเอาเรายืนตะลึงในความงามคือ Parliament Library หรือ หอสมุดรัฐสภา ที่เชื่อมต่ออยู่กับ Center Block ทางด้านหลัง อาคารนี้มีความอัศจรรย์ตรงที่เป็นโครงสร้างดั้งเดิมเพียงแห่งเดียวที่รอดพ้นจากเหตุการณ์เพลิงไหม้ครั้งใหญ่ในปี 1916 มาได้อย่างปาฏิหาริย์
ออกแบบโดย Thomas Fuller และ Chilion Jones ได้แรงบันดาลใจจากห้องสมุดอังกฤษ มีลักษณะเป็นโดมทรงกลม ประดับประดาด้วยไม้แกะสลักอย่างวิจิตรบรรจง ด้านในหอสมุดสวยงามหยดย้อย เพดานสูงลิ่ว ชั้นหนังสือไม้แกะสลักโค้งมนรอบทิศทาง แสงแดดรำไรส่องผ่านช่องหน้าต่างลงมา เป็นภาพที่คุ้มค่ากับการแวะมาเยือนจริงๆ



East Block อาคารตะวันออก
ตึกนี้ถือว่ายังคงสภาพเดิมได้ดีที่สุด มีห้องทำงานของบรรดาบิดาผู้ก่อตั้งแคนาดา (Father of Confederation) เช่น Sir John A. Macdonald นายกฯ คนแรก ซึ่งได้รับการอนุรักษ์ไว้อย่างดี ทั้งโต๊ะทำงาน โซฟา และโคมไฟแก๊สจำลอง ทำให้เราเห็นภาพชีวิตการทำงานของนักการเมืองเมื่อร้อยกว่าปีที่แล้วจริงๆ


West Block อาคารตะวันตก
ในช่วงเวลาที่เราไปยังคงปิดปรับปรุงอยู่ (2011-2018) ปัจจุบันเปิดให้บริการแล้ว

The Famous Five
เป็นรูปปั้นกลุ่มสตรี 5 ท่านที่ต่อสู้เพื่อสิทธิสตรีในแคนาดา ตั้งอยู่บริเวณหน้าอาคารรัฐสภาแคนาดา


Terry Fox (เทอร์รี่ ฟ็อกซ์) คือนักกีฬาและนักกิจกรรมที่สร้างแรงบันดาลใจให้คนทั้งโลกอย่างมหาศาล
เขาเป็นเด็กหนุ่มชาวแคนาดาที่ต้องเผชิญกับข่าวร้ายที่สุดในชีวิตเมื่ออายุ 18 ปี เขาตรวจพบว่าเป็น มะเร็งกระดูก ทำให้ต้องตัดขาข้างขวาเหนือเข่าทิ้งไป แต่แทนที่เขาจะยอมแพ้ Terry กลับตั้งเป้าหมายที่ดูเป็นไปไม่ได้ขึ้นมา นั่นคือการวิ่งข้ามประเทศแคนาดา เพื่อระดมทุนสนับสนุนงานวิจัยรักษามะเร็ง

การวิ่งที่โลกต้องจำ: ในปี 1980 เขาเริ่มออกวิ่งจากเมือง St. John’s ทางฝั่งตะวันออก โดยใช้ขาเทียมวิ่งวันละประมาณ 42 กิโลเมตร (เทียบเท่ากับระยะมาราธอน) ทุกวัน! เขาเรียกภารกิจนี้ว่า “Marathon of Hope”
เป้าหมาย: เขาต้องการระดมทุนให้ได้ 1 ดอลลาร์จากชาวแคนาดาทุกคน (ตอนนั้นประมาณ 24 ล้านคน) เพื่อช่วยเพื่อนมนุษย์ที่ป่วยเป็นมะเร็งเหมือนเขา
น่าเศร้าที่ Terry ต้องหยุดวิ่งหลังจากผ่านไป 143 วัน (ระยะทาง 5,373 กิโลเมตร) เมื่อมะเร็งลุกลามเข้าไปที่ปอด ทำให้เขาต้องยุติภารกิจและเสียชีวิตลงในปี 1981 ด้วยวัยเพียง 22 ปี

ผลงานที่ยังคงอยู่: แม้ตัวเขาจะจากไป แต่สิ่งที่เขาทำได้สร้างแรงกระเพื่อมมหาศาล ปัจจุบันมูลนิธิ Terry Fox สามารถระดมทุนไปแล้วกว่า 850 ล้านดอลลาร์แคนาดา เพื่อช่วยพัฒนายารักษาและต่อสู้กับมะเร็งทั่วโลก
ที่หน้าอาคารรัฐสภาในออตตาวา เขาคือสัญลักษณ์ของความกล้าหาญ ป้ายแผ่นจารึกที่ระลึกถึงเขา มันเตือนใจให้คนแคนาดาและนักท่องเที่ยวทุกคนรู้ว่า “ขีดจำกัดของมนุษย์นั้นไม่มีอยู่จริง ถ้าเรามีหัวใจที่ยิ่งใหญ่พอ”

ข้อมูลควรรู้ก่อนไป
| สถานที่ | รายละเอียด |
|---|---|
| CN Tower, Toronto | ค่าเข้าชมและรอบ Edge Walk ควรจองล่วงหน้าช่วง peak season [ตรวจสอบข้อมูลล่าสุดที่ cntower.ca] |
| Casa Loma, Toronto | ค่าเข้าชม (ผู้ใหญ่/เด็ก) และเวลาเปิดทำการ [ตรวจสอบข้อมูลล่าสุดที่ casaloma.ca] |
| 1,000 Islands Cruise | มีเรือออกจากหลายจุด เช่น Kingston และ Gananoque ระยะเวลาล่องตั้งแต่ 1 ชั่วโมงถึงครึ่งวัน [ตรวจสอบตารางและราคาล่าสุดที่ 1000islands.com] |
| Parliament Hill, Ottawa | เข้าชมบริเวณโดยรอบฟรี ส่วน guided tour ข้างในต้องจองล่วงหน้า [ตรวจสอบข้อมูลล่าสุดที่ parl.ca] |
วันนี้นั่งรถมา 371 ไมล์ เจอสองปราสาท หนึ่งพันเกาะ และหนึ่งรัฐสภา ส่วน CN Tower นั้น เราเห็นแค่ฐาน ยอดหายไปในหมอก..แต่ก็ถือว่าได้ผ่านมาแล้ว ^^
ภารกิจเดินทางไกล และการ(ขี่ม้า)เที่ยวชมเมืองของเราสำหรับวันนี้ ก็จบลงตรงนี้
\O.O/
ตอนต่อไป: มอนทรีออล – ควิเบกซิตี้
← ตะลุยฝันสองพันไมล์ (3): น้ำตกไนแอการา | ตะลุยฝันสองพันไมล์ (5): มอนทรีออล – ควิเบกซิตี้ →
