Tag: ฺBon Ski

  • [รีวิว] ลานหิมะในร่มที่กวางโจว Bonski  – ฉบับคนเวลาน้อยแต่ใจรัก

    [รีวิว] ลานหิมะในร่มที่กวางโจว Bonski – ฉบับคนเวลาน้อยแต่ใจรัก

    ทริปวีคเอนด์-เล่นหิมะที่กวางโจว Bonski

    ทริปกวางโจวรอบนี้พวกเราตั้งใจมาลานสกีโดยเฉพาะ เราบินมาถึงกวางโจวตอนคืนวันศุกร์ ใช้เวลาวันเสาร์-อาทิตย์จัดเต็มลุยลานหิมะ 2 วันรวด แล้วบินกลับไทยคืนวันอาทิตย์เลย เรียกว่าเป็นทริปวีคเอนด์สั้นๆ แต่เป้าหมายชัดเจนมาก ใครมีเวลาน้อยแต่ใจอยากปะทะหิมะ ลอกการบ้านแพลนนี้ได้เลย

    [รูปตอนเล่นอยู่ในลานไม่ค่อยมี มัวเเต่ห่วงถ่ายวิดีโอ เลยขอเอาภาพจากเว็บไซต์มาประกอบเพื่อความสมบูรณ์ของเนื้อหา] 😊

    กวางโจวบอนสกี – Guangzhou BONSKI (广州热雪奇迹) เป็นลานสกีในร่ม (Indoor Ski Resort) ขนาดใหญ่และมีชื่อเสียง เคยเปิดทำการภายใต้ชื่อ Guangzhou Sunac Snow World ก่อนที่จะรีแบรนด์ใหม่ ตั้งอยู่ใน Sunac Guangzhou Cultural Tourism City เขต Huadu ห่างจากใจกลางเมืองกวางโจวประมาณ 1 ชั่วโมง และห่างจากสนามบินไบยุน (Guangzhou Baiyun International Airport) เพียงประมาณ 30 นาที เรียก Didi จากสนามบินไปสะดวกมากๆ

    Sunac Guangzhou Cultural Tourism City คือคอมเพล็กซ์ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและความบันเทิงขนาดใหญ่ใน เขตฮวาตู (Huadu District) เมืองกว่างโจว มณฑลกวางตุ้ง ประเทศจีน มีพื้นที่ประมาณ 596,000 ตารางเมตร ประกอบด้วย 8 โซน เช่น Sunac Land – สวนสนุกธีมวัฒนธรรม, Sunac Snow World – ลานสกีในร่มที่ใหญ่ที่สุดในภาคใต้ของจีน, Sunac Water World – สวนน้ำในร่มขนาดใหญ่ และโซนอื่นๆซึ่งรวมถึงโรงแรมและพื้นที่เชิงพาณิชย์


    Bonski ใหญ่แค่ไหน

    เครดิตภาพ: guangzhouindoorski.com
    เครดิตภาพ: guangzhouindoorski.com

    ที่นี่คือ ลานสกีในร่มที่ใหญ่ที่สุดในจีนตอนใต้ และอยู่ในอันดับต้นๆ ของโลก พื้นที่รวมกว่า 75,000 ตารางเมตร อุณหภูมิข้างในรักษาไว้ที่ -4 ถึง -6°C ตลอดปี ช่วงที่พวกเราไป (กลางเดือนพฤษภาคม) ถึงแม้อากาศข้างนอกจะร้อนถึง 30 องศา แต่พอเดินเข้าไปอยู่ในลานสกีที่อุณหภูมิต่ำกว่า 0 องศา ก็ให้ฟีลแปลกๆดี

    ระหว่างทางเดินจากที่พักไปยังลานสกีซึ่งอยู่ในห้างจะมีร้านค้าตามทาง เช่น ร้านกาแฟ ชาไข่มุก เบเกอรี่ ร้านสะดวกซื้อ ร้านเช่าอุปกรณ์สกี/สโนว์บอร์ด สามารถแวะหาอะไรกินรองท้องหรือเช่าอุปกรณ์ได้เลย ราคาจะถูกกว่าในห้าง

    เดินเข้าห้างตรงมาเรื่อยๆ จะเจอประตูทางเข้า Guangzhou BONSKI อยู่ทางขวา (ซุ้มสีน้ำเงิน) เดินจะมีจุดขายตั๋วอยู่

    พวกเราซื้อตั๋วแบบ “2 Days Unlimited” จาก Trip.com ต้องมาแลกบัตรแข็งที่จุดขายตั๋ว โดยยื่นพาสปอร์ตและเลข Voucher ที่จองมา จากนั้นพนักงานจะให้เราเซ็นยินยอม และถ่ายรูปลงบนบัตร ให้เราเก็บบัตรนี้ไว้ดีๆ เพราะต้องใช้ตลอด 2 วัน ถ้าทำบัตรหายต้องเสียเงินเพื่อทำบัตรใหม่

    เมื่อผ่านจุดแตะบัตรสแกนหน้าเข้ามา จะเจอโถงกลาง เคาน์เตอร์แรกซ้ายมือสุดจะเป็น Tourist Service และ Lost and Found Office สามารถสอบถามเจ้าหน้าที่ หรือถ้าทำของหายก็มาติดต่อที่เคาน์เตอร์นี้ได้

    ฝั่งตรงข้ามทางขวาจะเป็นประตูเข้าโซนหิมะ (Ski Zone & Snow Play Zone) ข้างๆ จะเป็นเคาน์เตอร์ Ski Training Center สำหรับผู้ที่อยากเรียนสกี/สโนว์บอร์ด สอนโดยครูจีนประจำลาน

    ถัดมาทางซ้ายจะเป็นเคาน์เตอร์หมายเลข 1-2 สำหรับ BONSKI Membership Service เคาน์เตอร์ 3-4 สำหรับยืมและคืนหมวก(Helmet) ฝั่งตรงข้ามจะเป็นที่วางสกี/สโนว์บอร์ด

    เดินถัดเข้ามาจะเจอร้านขายอุปกรณ์สกี/สโนว์บอร์ด ใครขาดเหลืออะไรก็มาซื้อที่นี่ได้ ใครอยากได้สนับตุ๊กตาแบบ พส จีนก็สามารถเช่าเต่าไปเล่นในลานได้

    ร้าน GT จะขายอุปกรณ์สกี/สโนว์บอร์ดแบรนด์ดังๆ หลายแบรนด์


    การเช่าอุปกรณ์

    ถัดจากโซนร้านขายอุปกรณ์สกี/สโนว์บอร์ด จะเป็นโซนเช่าอุปกรณ์ โดยบัตรเข้าลานสกีจะรวมการเช่า สกี/สโนว์บอร์ด, รองเท้าบูท, หมวกกันกระแทก และชุดครบแล้ว

    • เคาน์เตอร์ 5-9: ยืมชุด (Suits) และ Boots (ป้ายสีน้ำเงิน)
    • เคาน์เตอร์ 11-12: คืนชุดและ Boots (ป้ายสีเขียว)
    • หมวก(Helmet) ตามที่บอกข้างบน ยืมที่เคาน์เตอร์ 4 และคืนที่เคาน์เตอร์ 3 แนะนำว่าให้มายืมหมวกเป็นลำดับสุดท้ายก่อนเข้าโซนหิมะ เพราะจุดยืมอยู่ตรงข้ามทางเข้าลาน
    • สกี/สโนว์บอร์ด ต้องเดินเข้าลานโซนหิมะไปทางขวา จะมีจุดเช่าสกี/สโนว์บอร์ดอยู่ด้านใน

    ถัดจากเคาน์เตอร์ 12 เดินตรงเข้ามาจะมีที่ให้นั่งเปลี่ยนรองเท้า วางของ และตรงสุดทางจะมีห้องให้เปลี่ยนชุด แยกชายหญิง


    การใช้ล็อคเกอร์

    โซน Locker จะอยู่ทางขวาของทางเดินหลัก เราสามารถขอรับบัตร Locker ได้จากเคาน์เตอร์ 6-9 เพื่อเก็บของไว้ใน Locker ระหว่างวัน

    บริเวณ Locker แต่ละล็อคจะมีจุดแตะบัตรอยู่ ให้เราไปที่ Locker ตามหมายเลขโซนที่เราได้ จากนั้นนำบัตร Locker ไปแตะที่จุดแตะบัตรของโซนนั้นๆ ประตู Locker ช่องของเราก็จะเปิดออกโดยอัตโนมัติ

    หลังจากที่เราผ่านแต่ละเคาน์เตอร์เพื่อยืมอุปกรณ์ แต่งตัว เก็บของเรียบร้อย ก็ถึงเวลาเข้าไปปะทะ Slope ข้างในแล้ว ประตูทางเข้าโซนหิมะจะมี 2 ชั้น โดยจะเปิดสลับกันเพื่อรักษาความเย็นด้านในลาน


    โซนสกี 5 Slope แยกตามระดับ

    ข้างในลานจะแบ่งเป็น 2 โซนหลักที่ขายบัตรแยกกัน

    • Ski Zone — ลานสกี 5 Slope สำหรับมือใหม่ไล่ไปจนถึงระดับสูง
    • Snow Play Zone — พื้นที่สำหรับเล่นหิมะสำหรับคนที่ไม่ได้มาเล่นสกี

    โซนสกีมีความยาวของลานสูงสุดมากกว่า 300 เมตร ซึ่งสำหรับลานในร่มถือว่าจัดเต็มมาก มีให้เลือกตั้งแต่คนเพิ่งหัดเล่นครั้งแรกไปจนถึงระดับกลาง-สูง แบ่งเป็น 5 Slope ได้ดังนี้

    1. Honey Bear (Beginner: ความยาว 50 เมตร ความชัน 8°)
      เหมาะสำหรับมือใหม่เพิ่งหัดเล่น เป็นลานที่ง่ายที่สุด กว้างและมีความลาดเอียงน้อย ทำให้ความเร็วต่ำ ช่วยสร้างความมั่นใจก่อนไปเล่นลานระดับสูงกว่า (จากรูปด้านบนคือ หมายเลข 5)
    2. Penguin (Beginner: ความยาว 70 เมตร ความชัน 10°)
      เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้นที่ต้องการฝึกพื้นฐาน เป็นลานกว้าง ช่วยให้ฝึกการทรงตัวได้อย่างปลอดภัย (จากรูปด้านบนคือ หมายเลข 4)
    3. Snow Rabbit (Intermediate: ความยาว 300 เมตร ความชัน 13.6°)
      เป็น Slope ที่ยาวที่สุดในลาน เหมาะสำหรับผู้ที่ทรงตัวได้ ควบคุมความเร็วได้ หยุดได้อย่างมั่นใจ ล้มอย่างปลอดภัย ลานนี้มีความชันและความกว้างที่เหมาะสำหรับการฝึก Ground Tricks ถือเป็นลานยอดนิยมที่สุด (จากรูปด้านบนคือ หมายเลข 3)
    4. Forest Deer (Advanced: ความยาว 260 เมตร ความชัน 18°)
      เหมาะสำหรับมีประสบการณ์ระดับกลางถึงค่อนข้างสูง (จากรูปด้านบนคือ หมายเลข 2)
      ช่วงบน: ความชันประมาณ 18° ต้องใช้ความมั่นคงในการยืน ควบคุมความเร็ว ต้องมีความมั่นใจในการเล่นบนลานชัน
      ช่วงล่าง: ความชันประมาณ 10–12° สามารถเข้าโค้งได้ต่อเนื่องและลื่นไหล
      จุดเด่นพิเศษ: มีการทำ Mogul Course (เนินลูกระนาด) และ Wave Trail (ทางคลื่นหิมะ) เพื่อให้ผู้เล่นได้สัมผัสประสบการณ์การเล่นบนสภาพภูมิประเทศหลากหลายรูปแบบ
    5. King Tiger (Advanced: ความยาว 260 เมตร ความชัน 20.8°)
      เหมาะสำหรับผู้มีประสบการณ์ระดับสูง ผู้ฝึกการแข่งขัน Slalom ผู้ฝึก Carving ระดับจริงจัง (จากรูปด้านบนคือ หมายเลข 1)

    นอกจากนี้ยังมี Terrain Park สำหรับการฝึกทักษะฟรีสไตล์ เช่น Rail, Box, Jump, Kicker โดยจะมี 2 Park คือ ข้างๆ ลาน Honey Bear (จากรูปด้านบนคือ หมายเลข 23) และบริเวณช่วงบนของลาน King Tiger (จากรูปด้านบนคือ หมายเลข 6)

    ด้านซ้ายคือลาน Penguin ด้านซ้ายคือลาน Honey Bear
    เครดิตภาพ: trip.com
    ด้านบนซ้ายคือลาน King Tiger และ Forest Deer ส่วนด้านขวาสุดคือลาน Snow Rabbit ที่ยาวที่สุดของลาน
    เครดิตภาพ: guangzhouindoorski.com
    เครดิตภาพ: trip.com
    ลาน Penguin
    เครดิตภาพ: trip.com

    ในลานมี Chair Lift 1 ตัว (Sunlight of Alps Lift) สำหรับขึ้นไปยัง Slope ที่สูงสุด (Snow Rabbit, Forest Deer, King Tiger) หรือใครยังไม่มั่นใจก็ใช้ Magic Carpet ได้ แอบกระซิบว่า Magic Carpet เส้นยาวที่สุดที่ขึ้นไปยัง Snow Rabbit ฝั่งซ้ายจะเลื่อนเร็วกว่าฝั่งขวา

    เครดิตภาพ: trip.com
    เครดิตภาพ: trip.com

    ลานทั้ง 5 เส้นทางนี้ทำให้ Guangzhou BONSKI สามารถรองรับผู้เล่นได้ทุกระดับ ตั้งแต่ผู้ที่เริ่มฝึกครั้งแรก ไปจนถึงนักสกีและนักสโนว์บอร์ดที่ต้องการฝึกทักษะฟรีสไตล์และการเล่นบนทางชันภายในสภาพแวดล้อมแบบหิมะจริงตลอดทั้งปี


    โซนเล่นหิมะ: ไม่ต้องสกีก็มาสนุกได้

    สำหรับคนที่ไม่ได้อยากเล่นสกีแต่อยากเล่นหิมะ โซน Snow Play Zone ก็มีกิจกรรมให้เล่นเพียบ เช่น

    • Treetop Adventure เส้นทางผจญภัย
    • Ice Bumper Cars รถบั๊มบนน้ำแข็ง
    • Ice Biker จักรยานน้ำแข็ง
    • Flower Sea Snow Ring นั่งห่วงยางสไลด์ลงเนินรายล้อมด้วยสวนดอกไม้

    ทริปนี้เราไม่ได้เล่นโซนนี้เพราะเวลาและพลังงานไปอยู่บน Slope ซ้อมสโนว์บอร์ดอย่างล้มลุกคลุกคลาน แต่จากที่มองไปก็เห็นเลยว่าคึกคักมาก เหมาะกับครอบครัวพาเด็กๆ มาปล่อยพลังสุดๆ

    เครดิตภาพ: guangzhouindoorski.com
    เครดิตภาพ: guangzhouindoorski.com

    โซนร้านอาหารและร้านค้า

    • โซนเย็นข้างในลาน: ด้านบนของ Penguin Slope มีร้าน KFC แนะนำให้ไปนั่งกินไก่ท่ามกลางอุณหภูมิติดลบ ชมวิวรอบลาน บรรยากาศดีมากๆ
    • โซนร้อนข้างในลาน (หลังสแกนบัตรเข้า): มีร้านอาหาร เครื่องดื่ม สำหรับผู้ที่ไม่อยากสแกนบัตรออกไปข้างนอก
    • โซนห้างนอกลาน: ชั้น 1 ส่วนใหญ่จะเป็นร้านชากาแฟ เบเกอรี่ ส่วนร้านอาหารส่วนใหญ่จะอยู่บนชั้น 3 ของห้าง มีร้านเยอะมากๆ

    ร้าน Chagee อยู่ชั้น 1 ตรงทางเข้าห้าง

    ร้านนี้อยู่ชั้น 1 ตรงทางเข้าลานสกี

    ร้านอาหารส่วนใหญ่จะอยู่บนชั้น 3

    • โซนด้านนอกห้าง: มีร้านอาหารและเครื่องดื่มอยู่รอบๆ ห้างให้เลือกเยอะมาก เล่นสกีเสร็จออกมาคึกคักไม่เหงาแน่นอน

    แนะนำร้านอาหารจีนสีเขียว ฝั่งตรงข้ามทางออกห้าง (ประตู Chagee) หมูแดงอร่อยมากๆ


    ข้อแนะนำจากประสบการณ์จริง:

    1. สิ่งที่อยากแนะนำสุดๆ สำหรับสายบ้าพลังที่ตั้งใจมาเล่นสกี/สโนว์บอร์ดโดยเฉพาะ คือการซื้อบัตรแบบ “2 Days Unlimited” ความคุ้มคือสามารถเล่นได้ทุก Slope และเข้า-ออกลานได้ไม่จำกัดภายใน 2 วันเต็ม (บัตรประเภทอื่นจะเข้า-ออกลานได้แค่ครั้งเดียว) สมมติว่าซ้อมบอร์ดจนเริ่มล้าหรือหิวจัด เราสามารถถอดชุดออกไปพัก หาข้าวอร่อยๆ กินนอกลาน หรือจะไปเดินช้อปปิ้งตากแอร์ในห้างชิลๆ ให้ร่างกายได้ฟื้นฟู แล้วค่อยสวมชุดกลับเข้าไปลุยสโนว์บอร์ดใหม่ตอนไหนก็ได้

      ราคาบัตร “2 Days Unlimited” ช่วงที่เราไปเสาร์-อาทิตย์ ประมาณ 5,200 บาท(จองล่วงหน้าได้ 10 วัน ราคาอาจสวิงตามช่วงพีคซีซั่น วันหยุด และโปรโมชั่น แนะนำให้จองล่วงหน้าผ่านแอปดีกว่าไปซื้อหน้าประตูค่ะ [จองตั๋วออนไลน์ล่วงหน้า]
    2. ในกรณีที่ซื้อบัตรแบบ “2 Days Unlimited” ถ้าต้องการออกไปข้างนอกลานระหว่างวันโดยที่ยังไม่คืน Locker เวลาสแกนบัตรออกจากลานจะสแกนไม่ผ่าน ต้องไปที่เคาน์เตอร์ Tourist Service (เคาน์เตอร์แรกสุด) แล้วยื่นบัตร “2 Days Unlimited” ให้พนักงานเพื่อสแกนให้บัตรของเราสามารถออกจากลานได้โดยไม่ต้องคืน Locker
    3. ถึงแม้ลานจะมีอุปกรณ์ให้ยืม แต่สภาพอาจจะไม่ดีมาก ชุดที่ยืมจากลานจะไม่มีช่องซิปให้ใส่มือถือ อาจได้ชุดที่มีกลิ่นอับ ส่วนสโนว์บอร์ดจะค่อนข้างฝืด น่าจะไม่ได้ Wax มานาน บูทเป็นแบบเชือกสภาพค่อนข้างเก่า อาจจะอยู่ที่ดวงด้วย ถ้าใครไม่อยากเสี่ยงดวงก็สามารถใช้เงินแก้ปัญหาได้โดยการเช่าชุดและบอร์ดจากร้านข้างนอกลาน มีหลายร้านหลายราคา ถ้าเช่าจากร้านฝั่งตึก 1-7 ราคาจะถูกกว่าเช่าจากฝั่งห้าง ส่วนชุดก็มีให้เลือกเยอะดี ไม่ว่าจะ Burton [ak] หรือชุด พส จีนน่ารักๆ ก็มี
    4. เวลาเช่าบอร์ดร้านข้างนอก บอกให้ชัดเจนว่าเราเล่น Regular (ขาซ้ายนำ) หรือ Goofy (ขาขวานำ) ถ้าใครจะปรับองศา Binding แนะนำให้จดเลขให้ร้าน หรือส่งผ่าน WeChat ให้ชัดเจน เคยบอกปากเปล่าแล้วร้านปรับมาให้มั่วหมดเลย อาจจะสื่อสารกันไม่รู้เรื่อง 555 ก่อนออกจากร้านให้เช็คความเรียบร้อยของอุปกรณ์ให้ดีจะได้ไม่เสียเวลากลับมาเปลี่ยน
    5. วันเสาร์-อาทิตย์คนเยอะมาก วันที่เราไป ลานเปิด 10 โมง เข้าไป 10.30 คนก็เยอะแล้ว จนถึงค่ำๆ คนก็ยังเยอะ ทำใจไว้เลยว่าจะได้ฝึกสกิลเลี้ยวหลบคน ถ้าใครมีวันลาเหลือๆ แนะนำให้มาวันธรรมดา คนน้อยกว่ามากๆ ลานโล่ง เล่นสบายกว่าเยอะ ราคาบัตรถูกกว่าเสาร์อาทิตย์ด้วย
    6. การจ่ายเงินในจีนนอกจาก Alipay แล้ว สามารถจ่ายผ่าน True Money หรือสแกนผ่านแอป K-PLUS ของกสิกรก็ได้ สะดวกมาก
    7. สาย Content ที่เน้นถ่ายรูปถ่ายวีดีโอในลานสกีอุณหภูมิติดลบ แบตมือถือจะหมดไว อย่าลืมพกพาวเวอร์แบงก์มาด้วย เก็บไว้ใน Locker แล้วค่อยออกมาชาร์จได้
    8. คนจีนส่วนใหญ่สื่อสารภาษาอังกฤษไม่ได้ แอป Translate ช่วยชีวิตได้เยอะ โหลดรอไว้เลยก่อนเดินทาง
    9. สำหรับใครที่อยากเรียนสกี/สโนว์บอร์ด ที่ลานมี Ski School แต่เป็นครูคนจีนสอน จากที่เคยเรียนกับครูคนจีนมาหลายที่ ถึงแม้ครูจะพูดภาษาอังกฤษได้ แต่ก็จะสื่อสารได้ไม่ชัดเจนเท่ากับครูคนไทย สำหรับทริปนี้เราตั้งใจมาเรียนสโนว์บอร์ดกับครูคนไทยโดยเฉพาะ เป้าหมายคือมาอัพสกิลและซ้อมร่างกายเตรียมตัวไปลุยหิมะที่ญี่ปุ่นช่วงต้นปีหน้า ยิ่งได้เรียนกับครูคนไทยที่สื่อสารเทคนิคเข้าใจง่าย ก็เลยสนุก มั่นใจ แล้วก็รู้สึกว่าพัฒนาได้ไวขึ้นเยอะ ใครที่อยากได้คำแนะนำหลังไมค์มาได้นะ
    10. แถวลานสกีมีที่พักเยอะมาก เลือกพักได้ตามแต่งบประมาณ
      • สายหรูหรา: โรงแรมที่ได้รับความนิยมคือ Steigenberger Guangzhou เป็นโรงแรมระดับ 5 ดาวในเครือ Steigenberger ตั้งอยู่ในโครงการ Sunac Resort และอยู่ใกล้ลานสกี สามารถเดินหรือเรียกรถภายในรีสอร์ตได้สะดวก สามารถซื้อแพคเกจโรงแรมพร้อมบัตรข้าลานสกีได้เลย
      • สาย Budget: สามารถพักที่โรงแรมฝั่งตรงข้ามลานสกีได้ เป็นแนวๆ Apartment มีทั้งหมด 7 ตึก (Building 1-7) โดยเจ้าของจะนำห้องชุดมาทำเป็นโรงแรมหรือเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ คนไทยนิยมไปพักเพราะราคาถูก (ตั้งแต่หลักร้อยถึงพันนิดๆ) โดย Lobby จะอยู่ตามชั้นต่างๆ ให้เช็ครายะเอียดมาให้ดี แนะนำให้แอด WeChat ของที่พักแล้วนัดแนะให้เรียบร้อยก่อนเดินทาง โดยเฉพาะถ้ามาถึงไฟล์ทดึก ถ้าไม่นัดก่อนอาจจะไม่มีคนรออยู่ Lobby ตอนเชคอิน

        โรงแรมที่เราเคยไปพัก – คุณภาพโอเค เช่น
        Imin Holiday Hotel (ตึก 7 ชั้น 25)
        Guangzhou Dream Home Apartment (ตึก 6 ชั้น 5)
    Guangzhou Dream Home Apartment
    Guangzhou Dream Home Apartment

    เตรียมแพ็คกระเป๋าก่อนไปลุย

    เช็คลิสต์สำหรับคนที่ไปครั้งแรกแล้วนึกไม่ออกว่าต้องเตรียมอะไรไปบ้าง

    Mandatory (ต้องมี):

    1. เสื้อ กางเกง ไว้ใส่ข้างในชุดสกี อาจใส่เป็นชุดลองจอนหรือฮีทเทคบางๆ เพราะลานสกีในร่มถูกควบคุมอุณหภูมิให้คงที่ ไม่มีลมและความแปรปรวนจากสภาพอากาศ

    2. ถุงเท้าสกี/สโนว์บอร์ด จะเป็นถุงเท้ายาวเกือบถึงเข่า

    3. ถุงมือกันหนาว ต้องเป็นถุงมือที่กันน้ำ/หิมะได้ ถ้าเล่นสโนว์บอร์ด (ไม่จำเป็นต้องจับใช้ไม้ Pole เหมือนสกี) แนะนำให้ใช้ถุงมือแบบไม่มีช่องแยกนิ้ว เรียกว่า Mitten (มิทเทน) โดยจะมีช่องแยกแค่นิ้วโป้งเพียงนิ้วเดียว ส่วนนิ้วชี้ถึงนิ้วก้อยจะถูกรวมไว้ในช่องเดียวกัน ข้อดีคือใส่แล้วอุ่น กักเก็บความร้อนได้ดีกว่าถุงมือแบบแยกนิ้ว

    Optional (มีก็ดี):

    1. สนับกันกระแทก จริงๆ อยากเอาขึ้นไปเป็น Mandatory แนะนำมากๆ ให้ใส่โดยเฉพาะมือใหม่ จะได้ล้มอย่างมั่นใจ ไม่บาดเจ็บ สนับก้นแนะนำแบบกางเกงสวม สนับข้อมือแนะนำแบบที่ดามอยู่ในถุงมือ Mitten ใส่แล้วแทบไม่รู้สึกว่ามีสนับอยู่

    2. ผ้าบัฟ สำหรับปิดหน้ากันหนาว

    3. แว่น Goggle ไว้กันลม กันหิมะเข้าตา แต่ในลาน Indoor ไม่ใส่ก็ไม่เป็นไร

    4. หมวก (Helmet) และชุด ที่ลานมีให้ยืมได้ฟรี แต่ถ้าอยากเอามาเองเพื่อความสวยงามก็ไม่ติด


    ข้อมูลควรรู้ก่อนไป

    จากกรุงเทพฯ มีไฟลต์บินตรงไป Guangzhou Baiyun International Airport (CAN) ทุกวัน ใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง โดยมีสายการบินที่ให้บริการเช่น China Southern, Thai Airways, Thai Lion Air, Thai AirAsia, 9 Air, Spring Airlines เป็นต้น [ตรวจสอบราคา]

    ควรจองบัตรเข้าลานสกีมาล่วงหน้า ราคาอาจขึ้นลงตามช่วงพีคซีซั่น-วันหยุด และโปรโมชั่น ซื้อตั๋วล่วงหน้าผ่าน Trip.com มักได้ราคาดีกว่าหน้าประตูพอสมควร

    เวลาทำการ:

    • จันทร์ – ศุกร์: 10:30 – 20:30 น.
    • เสาร์ – อาทิตย์: 10:00 – 21:30 น.

    (ตรวจสอบข้อมูลล่าสุดก่อนเดินทางอีกครั้ง เผื่อมีการเปลี่ยนแปลง)


    Bonski กวางโจว ถือเป็นทริปที่คุ้มค่ามาก โดยเฉพาะใครที่อยากหาที่ซ้อมสกี/สโนว์บอร์ดก่อนไปทริปใหญ่ที่ต่างประเทศ ทริปหน้าใครแพลนไปลุยหิมะแล้วอยากวอร์มอัพร่างกายก่อน ที่นี่คือตัวเลือกที่ตอบโจทย์ รับรองว่าได้เหงื่อในอุณหภูมิติดลบ และได้สกิลกลับไปเต็มๆ แน่นอน

    \O.O/


    แหล่งข้อมูลเพิ่มเติม